29 ก.ค. 2563
8,573 ครั้ง

'อ.เจษฎา' จี้ 'หมอเหรียญทอง' เปิดชื่อบริษัทไม่รับเด็กไปม็อบ - อ.ธรรมศาสตร์ ชี้ ถ่ายรูปคนไปม็อบ มีความผิด!

กรณี พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา เจ้าของโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า ให้คนแฝงตัวเข้าไปในม็อบนักศึกษา แล้วถ่ายภาพส่งมาที่เฟซ เหรียญทอง แน่นหนา หรือ e-mail ชื่อ nanna@mongkutwattana.co.th โดยจะนำแจกจ่าย'บัญชีบุคคลที่บริษัทห้างร้าน หน่วยงานรัฐ สถานศึกษา ห้ามรับเข้าทำงานหรือเข้าศึกษาต่อหรือให้ทุน' ไปยังหน่วยงานรัฐและเอกชนต่างๆ จนหลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างรุนแรงในโลกออนไลน์
 
 
ต่อมาเมื่อวานนี้ (28 ก.ค. 63) คุณธิชา ณ นคร ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชน ได้ออกมาโพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊กส่วนตัวชื่อ Thica Nanakorn ระบุว่า พฤติกรรมของพล.ต.นพ.เหรียญทอง นั้น เข้าข่ายคุกคามต่อการแสดงของเยาวชน ซึ่งถือเป็นสิทธิตามระบอบประชาธิปไตย พร้อมทั้งตั้งคำถามไปยังแพทยสภาด้วยว่า พล.ต.นพ.เหรียญทอง เป็นหมอ เป็นอาชีพที่มีความเป็นสากลต่อมนุษยชาติสูงกว่าอาชีพอื่นๆ พฤติกรรมเช่นนี้ข้ามเส้นจริยธรรมแล้วหรือยัง 
 
ด้านรศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ ก็ออกมาเคลื่อนไหวผ่านเฟซบุ๊กเช่นเดียวกัน ระบุว่า "จริงๆเรื่องนี้อยากจะรบกวน พล.ต.นพ.เหรียญทอง ที่บอกว่าจะเอาชื่อนักเรียน นักศึกษา ที่ไปชุมนุมไปให้กับบริษัทห้างร้านต่างๆ นั้น ช่วยระบุชื่อบริษัทดังกล่าวด้วยเลยดีกว่า จะได้ไม่ต้องเสียเวลาไปสมัคร และจะได้รู้ว่าไม่ควรไปอุดหนุนสินค้าของบริษัทไหน"
 
 
นอกจากนี้ ผศ.สาวตรี สุขศรี อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อกฎหมาย ตอบโต้กรณี เหรียญทอง ความว่า ผู้ไปร่วมชุมนุมท่านใด พบว่าตัวเองถูกถ่ายรูปจนเห็นใบหน้าอย่างชัดเจน โดยคนถ่ายไม่ขออนุญาต และรู้สึกเดือดร้อนรำคาญ หรือรู้สึกถูกคุกคาม มีข้อควรทราบ และแนวทางปฏิบัติตามกฏหมาย ดังนี้นะฮะ
 
 
1) ไอ้คนใดก็ตาม ที่ดันมาเที่ยวถ่ายรูปคนอื่น เพราะหลงเชื่อตามคำประกาศของนายเหรียญทอง ผู้ถ่ายรูปนั้นมีความผิดลหุโทษ ตามมาตรา 397 ประมวลกฎหมายอาญา ...ดังนั้น
 
2) หากผู้ร่วมชุมนุมท่านใด พบเห็นการกระทำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพบว่าตัวเองตกเป็นเหยื่อ ถูกถ่ายรูปในลักษณะดังกล่าว แนะนำว่า สะกิดบอกเพื่อนๆ หรือคนที่อยู่ใกล้เคียง ให้ช่วยกันเข้าไปห้ามปรามหรือตักเตือนเขาคนนั้น หากไม่เชื่อ หรือดึงดัน ให้จับตัวบุคคลดังกล่าวไว้ “โดยสุภาพ” ...ขอย้ำว่า ควรกระทำโดยสุภาพที่สุดเท่าที่จะทำได้ ...ไม่ต้องไปหยาบคายด้วย หรือใช้กำลังกับเขา
 
 
(นอกจากเพื่อเหตุผลว่าให้สามารถจับตัวไว้ หรือเอาพยานหลักฐานยืนยันการกระทำผิดของเขามาได้เท่านั้น) ทั้งนี้ เพื่อป้องกันตัวเอง ไม่ให้เขาแจ้งความกลับท่านได้ ในฐานอื่นๆ เช่น ดูหมิ่นซึ่งหน้า หรือ ใช้กำลังทำร้าย อันเป็นลหุโทษตามป.อาญาเหมือนกัน
 
 
3) เมื่อจับตัวเขาได้ หรือได้พยานหลักฐานเพื่อยืนยันการกระทำผิดของเขามาแล้ว ให้นำตัว หรือหลักฐานนั้นไปแจ้งความดำเนินคดีที่ สน.ใกล้เคียง โดยแจ้งข้อหาคุกคาม หรือทำให้เดือดร้อนรำคาญตาม มาตรา 397 ป.อาญา วรรคแรก
 
 
4) มาตรา 397 ป.อาญา วรรคแรก นั้น เป็นความผิดลหุโทษ ซึ่งมี "โทษปรับสถานเดียว" ไม่เกิน 5000 บาท ดังนั้น พนักงานสอบสวน ประจำสน. มีอำนาจเปรียบเทียบปรับได้เลยทันที (มาตรา 38 ป.วิอาญา) เพื่อให้ “คดีอาญาเลิกกัน” โดยไม่ต้องยุ่งยากถึงโรงถึงศาล (มาตรา 37 ป.วิอาญา)
 
 
5) ถ้าตำรวจไม่ยอมรับแจ้งความ ให้ท่านไต่ถามเหตุผลจากเจ้าหน้าที่นายนั้นอย่างเป็นเรื่องเป็นราว (ถ่ายคลิปไว้ด้วยก็ได้) แล้วยืนยันความเดือดร้อนของท่านไปว่า รู้สึกถูกคุกคามอย่างไร โดยเอาโพสต์ของ นายเหรียญทองฯ นี่แหละโชว์ประกอบ ..ถ้าตำรวจยังไม่ยอมรับแจ้งความ ไม่ดำเนินคดีให้ หรือไม่เปรียบเทียบปรับใดๆ อีก..จึงค่อยแจ้งความตำรวจหรือเจ้าหน้าที่นายนั้นด้วยเลย ในข้อหา “ละเว้นไม่ปฏิบัติหน้าที่” เพื่อให้ผู้อื่นเสียหายหรือไม่ได้รับความเป็นธรรม ตามมาตรา 157 ป.อาญา
 
ปล. 1) ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมดอยู่ในภาพด้านล่างนี้ ขอให้เอาไปใช้ให้เป็นประโยชน์เลย
 
 
2) การกระทำของนายเหรียญทอง เอง ตามโพสต์ อาจยังไม่เข้าข่าย หรือทำอะไรเขาไม่ได้ตามกฎหมายอาญา (ดู มาตรา 85 ผู้โฆษณาให้ผู้อื่นกระทำผิด)
 
 
ดังนั้น ใครก็ตามที่อยากคุกคามคนอื่นเพียงเพราะเขาเห็นต่างจากคุณ คลั่งชาติหรือคลั่งอะไรก็ไม่รู้ แล้วหลงเชื่อตามคำบอกกล่าว อยาก "จิตอาสา" นักกับนายคนนี้ ...คุณเองจะถูกปรับ 5000 ตามกม. อย่างโดดเดี่ยว และเดียวดาย
 
ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/x3Q_nfXMoas
+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ