30 ก.ค. 2563
2,731 ครั้ง

ประชุม คกก.นัดแรก คดี 'บอส อยู่วิทยา' ตร.ชี้ผลสอบไม่มีผลต่อคดี เพราะคดีสิ้นสุดแล้วตามกม.

จากกรณี บอส-วรยุทธ อยู่วิทยา ขับรถหรูเฟอร์รารี่ชนรถจักรยานยนต์ ด.ต.วิเชียร กล่ำประเสริฐ สายตรวจ สน.ทองหล่อ ก่อนลากรถและร่างไปไกลกว่า 200 เมตร เสียชีวิต ซึ่งอัยการสูงสุดสั่งไม่ฟ้อง จนทำให้เป็นที่กังขาของสังคมนั้น

 

วานนี้ (29 ก.ค.63) นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกอัยการสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยว่า ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนการตรวจพิจารณาสำนวน เนื่องจากเอกสารมีรายละเอียดจำนวนมาก โดยนายสมศักดิ์ ติยะวานิช รองอัยการสูงสุด ในฐานะหัวหน้าคณะทำงาน ได้วางกรอบไว้ว่าจะดำเนินการพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน ซึ่งหากมีความคืบหน้าจะชี้แจงต่อสื่อมวลชนอีกครั้ง

 

ขณะที่ พลตำรวจเอกศตวรรษ หิรัญบูรณะ ที่ปรึกษาพิเศษสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในฐานะประธานคณะกรรมการ ชี้แจงภายหลังการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีมติไม่เห็นแย้งอัยการสูงสุด กรณีอัยการมีความเห็นสั่งไม่ฟ้องคดีของนายวรยุทธ อยู่วิทยา

 

พลตำรวจเอกศตวรรษ ระบุว่า สิ่งที่คณะกรรมการชุดนี้จะตรวจสอบคือ สืบหาข้อเท็จจริงใน 3 แนวทาง คือ

 

1.การสอบสวนและความเห็นชั้นพนักงานสอบสวน

2.การสอบสวนเพิ่มเติมตามความเห็นของอัยการ

3.การตรวจสอบการใช้ดุลพินิจไม่แย้งสำนวน พลตำรวจโทเพิ่มพูน ชิดชอบ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ว่าชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ โดยจะไม่เกี่ยวข้องกับผลการตรวจสอบของอัยการสูงสุด และหากพบว่ามีการใช้ดุลพินิจโดยมิชอบ ก็จะพิจารณาความผิดทางวินัยและอาญาต่อไป

 

อย่างไรก็ตาม ผลการตรวจสอบของคณะกรรมการชุดนี้ จะไม่มีผลต่อคดีความ เพราะคดีถือว่าสิ้นสุดแล้วตามกฎหมาย คณะกรรมการชุดนี้ไม่มีอำนาจหน้าที่ที่จะรื้อฟื้น หรือสืบสวนเพิ่มเติม จึงไม่สามารถเปลี่ยนแปลงความเห็นได้อีก เว้นแต่จะมีพยานหลักฐานใหม่ตามกฎหมาย หรือครอบครัวของผู้เสียชีวิตเป็นผู้ฟ้องเอง

 

ในส่วนของพยานใหม่ 2 ปากนั้น พลตำรวจโทจารุวัฒน์ ไวชยะ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า พนักงานสอบสวนไม่เกี่ยวข้องกับพยานใหม่ เนื่องจากพยานทั้ง 2 ปากไม่ได้อยู่ในสำนวนของตำรวจตั้งแต่ต้น และเมื่อส่งสำนวนให้อัยการแล้ว พนักงายสอบสวนไม่มีอำนาจสอบเพิ่มเติมเอง แต่จะต้องสอบตามที่อัยการเป็นคนสั่งให้สอบปากคำพยานให้ทั้ง 2 ปาก ตามที่ผู้ต้องหายื่นร้องขอความเป็นธรรมกับสภานิติบัญญัติแห่งชาติ

 

โดยตำรวจไม่สามารถก้าวล่วงกับการให้น้ำหนักกับพยาน 2 ปากนี้ได้ และยืนยันว่าคณะกรรมการชุดนี้ไม่ได้ตั้งขึ้นเพื่อฟอกขาวให้กับพลตำรวจโทเพิ่มพูน แต่เป็นการทำข้อเท็จจริงให้ปรากฎต่อสาธารณชน และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

 

ทั้งนี้ ยอมรับว่าที่ผ่านมา สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีความเห็นไม่แย้งกับพนักงานอัยการ ร้อยละ 97 ของคดีทั้งหมด และมีเพียงร้อยละ 3 ที่เห็นแย้ง

 

และโดยทั่วไปผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้มอบหมายให้รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รับผิดชอบคดีตามเขตอำนาจของพนักงานอัยการ ซึ่งจะพิจารณาความถูกต้องในข้อกฎหมาย และดูข้อเท็จจริง ก่อนจะมีความเห็นแย้งหรือไม่แย้ง แต่ไม่มีอำนาจตรวจสอบความเห็นของอัยการ หรือขอให้อัยการอธิบายเหตุผลของการสั่งคดีได้ เพราะเป็นการถ่วงดุลอำนาจในกระบวนการยุติธรรม

ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/avj454cKQ80

+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ