30 ก.ค. 2563
892 ครั้ง

ประเด็นข่าวรอบวัน 30 ก.ค. 63 - เด้ง 6 ตร. เซ่นบ่อนบางปะอิน / 'สุดารัตน์' ปัดข่าวลือลงผู้ว่าฯ กทม.

- เพื่อไทยตั้ง 'สุดารัตน์' เป็นปธ.คัดผู้สมัครลงผู้ว่าฯกทม. ปัดข่าวลือลงเอง
สมพงษ์ เผย “เพื่อไทย” พร้อมส่งผู้สมัครฯชิงเก้าอี้ “ผู้ว่าฯกทม.” แย้มจ่อทาบทาม “ชัชชาติ” คัมแบ็ค ปัด “ทักษิณ” เคาะโต๊ะชื่อ “สุดารัตน์” ลงผู้ว่าฯ กทม. ซัดพวกไม่หวังดีปล่อยข่าว ขณะที่ ส.ส.อีสาน ตบเท้าให้กำลังใจ ยัน “ส.ส.-คนอีสาน” ยังรักและเชื่อมั่น “คุณหญิงสุดารัตน์”
 
 
นายสมพงษ์ ยังยืนยัน พรรคเพื่อไทย ไม่เคยคิดจะลดบทบาทคุณหญิงสุดารัตน์ออกจากพรรค เพราะที่ผ่านมาคุณหญิงสุดารัตน์ ทุ่มเทให้กับพรรคเพื่อไทยเป็นอย่างมาก เห็นได้จากการเลือกตั้งที่ผ่านมา ที่เป็นประธานยุทธศาสตร์เลือกตั้ง และทำให้พรรคเพื่อไทยกวาดที่นั่ง ส.ส.ได้มากที่สุด แม้จะไม่ได้เป็นรัฐบาล เป็นกำลังหลักของพรรคในการต่อสู้ และเป็นผู้นำในการกำหนดยุทธศาสตร์รับฟังปัญหาและลงพื้นที่พบปะประชาชนมาตลอด
 
 
ส่วนข่าวที่ออกมาว่า นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เคาะโต๊ะให้ คุณหญิงสุดารัตน์ ลงสมัครผู้ว่ากทม.นั้น ก็ไม่เป็นความจริง เพราะเรื่องในพรรคเพื่อไทย ไม่เกี่ยวกับนายทักษิณ จึงขอคนที่ปล่อยข่าวอย่านำเอาบุคคลภายนอกมาเชื่อมโยงหรือสร้างรอยร้าวให้พรรคเกิดความเสียหาย
 
 
การตัดสินใจของพรรคเพื่อไทยในครั้งนี้ แม้ก่อนหน้าพรรคจะเคยประกาศชัดเจนว่าจะไม่ส่งผู้สมัครและจะหารือร่วมกันกับ 6 พรรคฝ่ายค้านนั้น ยอมรับว่ามาถึงวันนี้ความคิดของพรรคเพื่อไทยมีการปรับเปลี่ยน ซึ่งเรื่องนี้จะได้หารือกับ 6 พรรคฝ่ายค้านต่อไป เพื่อให้มีความเข้าใจตรงกัน
 
 
ขณะที่คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า การตัดสินใจมาเป็นหัวหน้าทีมคัดสรรผู้ที่เหมทะสมลงสมัครผู้ว่าฯกทม.ในครั้งนี้มีปัจจัยหลายอย่างที่กระตุ้น โดยเฉพาะปัญหาของคนกทม.ที่สะสมมานาน ไม่ได้รับการแก้ไข ครั้งนี้พรรคเพื่อไทยอยากเปลี่ยน และยกระดับกรุงเทพฯให้ไปอยู่ในจุดที่ดี 
 
 
คุณหญิงสุดารัตน์ ยังปฏิเสธว่าไม่ได้สนใจที่จะลงสมัครผู้ว่าฯกทม. เพราะงานในพรรคเพื่อไทยยังมีอีกหลายอย่างที่ค้างอยู่ ซึ่งตนอยากทำงานให้เสร็จก่อน ยังมีปัญหาประชาชนที่ไม่ได้รับการแก้ไข
 
 
- เตรียมออกหมายจับคนร้ายถล่มยิงกลางเมืองพัทลุง
คืบหน้าตำรวจเรียกสอบบรรดาญาติผู้เสียชีวิตจำนวน 7 ราย เตรียมออกหมายจับสังหารโหด
 
 
ทางด้าน พล.ต.ต.กฤษฎา แก้วจันดี ผบก.ภ.จว.พัทลุง ได้ส่งตำรวจฝีมือดีออกติดตามตัวนายชลทิตย์ฯ ที่วิ่งหลบหนีคนร้ายไปได้ ทั้งที่บ้านตนเอง บ้านญาติๆ และพรรคพวกเพื่อนฝูงของนายชลทิตย์ฯ แต่ไม่พบตัวนายชลทิตย์ฯแต่อย่างใด คาดว่านายชลทิตย์ฯ น่าจะหลบหนีภัยมืดหวาดกลัวถูกเอาชีวิต เนื่องจากตนเองเป็นพยานปากสำคัญในคดีดังกล่าว
 
 
ในส่วนของการสอบพยานของบรรดาญาติผู้เสียชีวิตทั้ง 3 ศพนั้น ได้สอบไปแล้ว 7 ราย สำหรับพยานในที่เกิดเหตุนั้นได้สอบปากคำไปแล้วจำนวนหนึ่ง แต่ไม่สามารถเผยรายละเอียดได้ 
 
 
ในขณะเดียวกันในเวลาประมาณ 10.00 น.วันนี้ 30 กรกฎาคม 2563 พ.ต.อ.วรชาติ รสจันทร์ รอง ผบก.ภ.จว.พัทลุง ประชุมชุดคลี่คลายคดีดังกล่าวอีก หลังจากที่เสร็จสิ้นการประชุมนายตำรวจทุกคนก็ได้แยกย้ายกันลงพื้นที่ โดยทุกๆคนได้ปฏิเสธที่จะพูดคุยกับสื่อมวลชน เพื่อป้องกันข่าวรั่วไหลเหมือนการแชร์คลิบจากกล้องวงจรปิดในตอนคืนเกิดเหตุ และดูคริบภาพในหลายมุม เพื่อนำมาประกอบสำนวนการสอบสวน ตั้งแต่จุดเกิดเหตุ ไปจนถึงคนร้ายขับรถยนต์แก๋งคันที่มีผู้เสียชีวิตมาจอดทิ้งไว้ริมลำคลองลำเบ็ด ในพื้นที่ ม.12 ต.ท่าแค อ.เมือง
 
 
ทางด้าน พล.ต.ต.กฤษดา แก้วจันดี ผบก.ภ.จว พัทลุง เผยจากการขยายผลการสืบสวนสอบสวนของ ตร.ชุดสืบสวน ภ. 9 ชุดสืบสวน ภ.จว.พัทลุง และชุดสืบสวน สภ.เมืองพัทลุง และตำรวจกองปราบปราม รวมทั้งการรวบรวมพยานบุคคล ประจักษ์พยาน พยานวัตถุในที่เกิดเหตุ และขยายผลจากกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุ รวมทั้งตามเส้นทางต่างๆจากจุดเกิดเหตุไปยังจุดทิ้งศพ ก็ได้เห็นหน้ากลุ่มคนร้ายทั้ง 3 คน ที่ใช้อาวุธปืนยิงถล่ม 3 ศพ ได้อย่างชัดเจน ขณะที่ทางตำรวจกำลังรอการขยายผลของหลักฐานชิ้นสำคัญบางอย่าง มั่นใจว่าจะสามารถรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆในการยื่นขออนุมัติหมายจับกลุ่มผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ภายใน 2 -3 วันนี้
 
 
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ชนวนเหตุการณ์ยิงถล่มกัน 3 ศพกันในครั้งนี้ น่าจะมาจากการมีปากเสียงกันขึ้นระหว่างกลุ่มผู้ตายกับกลุ่มคนร้าย ณ ร้านอาหารแห่งหนึ่ง หลังจากที่ร้านอาหารเลิกก็ได้พูดคุยกันทางโทรศัพท์จนนำไปสู่การสังหารโหดดังกล่าว ในส่วนของนายรัตนพงศ์ ฯ ผู้ถูกยิงเสียชีวิตเป็นศพแรกนั้นมีประวัติลักทรัพย์ และวิ่งราวทรัพย์ 
 
 
ส่วนนายอรรถกรฯมีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ส่วนนายชลทิตย์ฯ ที่หลบหนีไปได้นั้นก็มีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติดเช่นกัน ล่าสุดถูกจับกุมในคดียาเสพติดของ สภ.เมืองพัทลุง เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2563 ขณะนี้อยู่ในระหว่างการประกันตัว
 
 
ขณะที่บริเวณวัดตะแพน อ.ศรีบรรพต จ.พัทลุง ซึ่งญาตินายพาสกร ดำสนิท อายุ 21 ปี หนึ่งในผู้เสียชีวิต ที่นั่งด้านหลังภายในรถยนต์เก๋งโตโยต้า อัลติส สีดำ หมายเลขทะเบียน 3 กล 6280 กรุงเทพหานคร ได้นำศพมาประกอบพิธิทางศาสนา 
 
 
โดยผู้เป็นพ่อ นายโชติ ดำสนิท อายุ 52 ปี บิดาของนายพาสกร กล่าวว่า ในเบื้องต้นยังทำใจกับการเสียลูกชายไปไม่ได้ แต่ก็ต้องทำใจลูกชายอาจจะมาได้แค่นี้ โดยก่อนเกิดเหตุ ลูกชายได้ออกจากบ้านไปกับเพื่อนตามปกติ โดยไม่บอกว่าไปไหน เช้ามาอีกวันเจ้าหน้าที่ตำรวจโทรมาบอกว่าลูกชายเสียชีวิต ก็ยังงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมกับเห็นภาพข่าว ทำให้อดหูใจยิ่งนัก แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ และขอให้เรื่องของคดีเป็นไปตามกฏหมาย
 
 
- รวบยาบ้า 4 ล้านเม็ดใน จงเชียงใหม่
ด่านตรวจรวบหนุ่มรถซั้ง พร้อมยาบ้าล๊อตใหญ่ ประมาณ 4 ล้านเม็ด ที่ด่านตรวจผาหงส์ ไชยปราการ เชียงใหม่
 
 
เจ้าหน้าที่ด่านผาหงส์ ทำการตรวจเข้มตามมาตรการฯหลังมีการผ่อนปรนโควิด-19 ทำให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาในพื้นที่ภาคเหนือมากขึ้น
 
 
วันที่ 30 ก.ค. 63 เวลา 00:10 น.มีรถยนต์กระบะต้องสงสัย ยี่ห้อ Isuzu d-max สีฟ้า โดยมี นายทศพร แซ่โล่ อายุ 24 ปี บ้านเลขที่ 33 หมู่ 13 ต.สันสลี อ.เวียงป่าเป้า จว.ช.ร. เป็นผู้ขับขี่ (ทราบชื่อภายหลัง)จึงขอทำการตรวจค้น ผลการตรวจค้นพบยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) 40 เป้ รวมจำนวนประมาณ 4,000,000 เม็ด ปัจจุบันอยู่ระหว่างขยายผลการจับกุม และได้นำของกลางทั้งหมดส่งให้ สภ.ไชยปราการ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
 
 
- ฮ่องกงตัดสิทธิ์ 12 ผู้สมัครเลือกตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติ
คณะกรรมการการเลือกตั้งของฮ่องกง ตัดสิทธิ์ ผู้สมัคร 12 คน ซึ่งรวมถึง นาย โจชัว หว่อง นักเคลื่อนไหวทางการเมืองที่สนับสนุนประชาธิปไตยในฮ่องกงคนสำคัญ 
 
 
โดยระบุว่าไม่ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติตามกฎหมายกำหนด ทำให้หมดโอกาส ในการลงสู้ศึกเลือกตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติ ที่จะมีขึ้นในวันที่ 6 กันยายนนี้ นายโจชัว ออกมาระบุ หลังทราบข่าวว่า การตัดสินใจตัดสิทธิลงเลือกตั้งครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความไม่ใส่ใจต่อความปรารถนาของชาวฮ่องกง
+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ