31 ก.ค. 2563
523 ครั้ง

แม่จารุชาติยัน ไม่เคยรู้ลูกชายเป็นพยานคดี 'บอส อยู่วิทยา' - 'สิระ' ห่วงพยานอีกคน หวั่นโดนตัดตอน

เชียงใหม่-พยานปากเอกคดี บอส อยู่วิทยา ประสบอุบัติเหตุ รถชนเสียชีวิต ญาติที่มารับศพ ทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับคดีความ หรือว่าเรื่องใดๆ มาก่อน 
 
กลางดึกของวันที่ 30 ก.ค. 63 ได้เกิดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนกับรถจักรยานยนต์ มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส บริเวณแยกฟ้าธานี จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยกู้ภัยสมาคมกุศลสงเคราะห์เชียงใหม่ และมูลนิธิกู้ภัยรวมใจเชียงใหม่ เข้าช่วยเหลือพบผู้บาดเจ็บ 2 ราย ณ จุดเกิดเหตุพบเป็นรถจักรยานยนต์ 2 คัน ล้มกลางถนนและมีผู้บาดเจ็บ
 
ทราบชื่อนายจารุชาติ มาดทอง อายุ 40 ปี ซึ่งเป็น 1 ใน 2 พยานปากเอกคดีของนายบอส อยู่วิทยา เจ้าหน้าที่กู้ภัยทำการปั๊มหัวใจ ก่อนที่จะรีบนำตัวส่งโรงพยาบาล แต่ผู้บาดเจ็บอาการสาหัส เสียชีวิตในเวลาต่อมา จากนั้นศพได้ถูกนำไปทำการชันสูตร โดยทางญาติได้รับศพไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิดพื้นที่ ต.ม่วงคำ อ.พาน จ.เชียงราย
 
ด้านพันตำรวจเอกรณชัย รอดลอย ผู้กํากับการสถานีตํารวจภูธรภูพิงคราชนิเวศน์ เปิดเผยว่า เบื้องต้นคดีดังกล่าวเป็นคดีอุบัติเหตุทางจราจร โดยจากหลักฐานภาพกล้องวงจรปิดบริเวณจุดเกิดเหตุพบว่า นายจารุชาติ ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ตามหลังคู่กรณี และนายจารุชาติได้พยายามจะขับแซง ทำให้รถจักรยานยนต์ของคู่กรณีแฉลบไปชนเกาะกลางถนน และนายจารุชาติหัวฟาดได้รับบาดเจ็บสาหัส ขณะที่คู่กรณีได้รับบาดเจ็บเช่นกัน 
 
ทั้งนี้ ผู้กำกับการสถานีตำรวจ ภูธรภูพิงคราชนิเวศน์ บอกด้วยว่าจากการตรวจสอบคู่กรณีทั้งสองคน พบว่า อยู่ในอาการมึนเมาและตรวจพบแอลกอฮอล์ในร่างกายทั้งคู่ ซึ่งในส่วนของคู่กรณีที่ได้รับบาดเจ็บนั้นเบื้องต้น ได้ออกจากโรงพยาบาลกลับไปรักษาตัวที่บ้านแล้วและในวันนี้ (31ก.ค.63) จะเชิญตัวมาให้ปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง
 
อย่างไรก็ตาม ญาติที่มารับศพนายจารุชาติ ทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับคดีความ หรือว่าเรื่องใดๆ มาก่อน รู้เพียงแต่ว่านายจารุชาติเคยไปทำงานที่ไต้หวันและไม่ได้กลับบ้านมานานหลายปี เคบไปอยู่ที่กรุงเทพฯ ช่วงหนึ่ง ก่อนจะเดินทางกลับไปเชียงใหม่ ในส่วนของการเสียชีวิตนั้นทางครอบครัวไม่ได้ติดใจถึงสาเหตุการเสียชีวิตแต่อย่างใด
 
ความคืยหน้าล่าสุด เมื่อช่วงค่ำของวานนี้ (30 ก.ค. 63) คู่กรณีของนายจารุชาติได้เดินทางเข้ามาให้ปากคำกับตำรวจ โดยทางตำรวจได้นำตัวนายสมชาย ตาวิโน อายุ 50 ปี ผู้ขับขี่รถจยย. คู่กรณีที่ชนนายจารุชาติเสียชีวิตมาสอบสวนปากคำ โดยใช้เวลาสอบสวนนานกว่า 3 ชั่วโมง
 
เบื้องต้นนายสมชาย เปิดเผยว่าตนเองเพิ่งจะดื่มสุรามาและขี่รถมาตามถนนจนมาถึงที่เกิดเหตุ ตนซึ่งขับรถนำหน้าก็เห็นรถผู้ตายขับตามมาและพยายามเร่งแซง ก่อนจะชนรถตนเอง ทำให้รถตนเองเสียหลักพุ่งไถลไปเกาะกลางถนน ส่วนคู่กรณีนั้นเสียหลักชนริมฟุตบาท และในส่วนที่คู่กรณีเป็นพยานคดีบอส อยู่วิทยานั้น ตนเองไม่เคยรู้มาก่อน และยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่ได้รับงานใครมา
 
พล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันตสิน ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่เปิดเผยว่าจากการรวบรวมพยานหลักฐาน จากกล้องวงจรปิด ทั้งก่อนและหลังเกิดเหตุทั้งหมดก็พบว่าเป็นอุบัติเหตุเฉี่ยวชน ส่วนใครผิดใครถูก ทางพนักงานสอบสวนจะดำเนินการตรวจสอบวิเคราะห์อย่างถูกต้องที่สุด 
 
ซึ่งคนที่เฉี่ยวชนกันนี้อาจจะแจ้งข้อหาขับรถโดยประมาททำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย คดีนี้ทาง ตร. และผบช.5 ได้กำชับให้ตรวจสอบดำเนินการอย่างละเอียดว่าคดีที่เกิดขึ้นมีนัยยะอะไรหรือไม่ ซึ่งเราก็จะตรวจสอบปูมหลังของคู่กรณีทั้งหมด แล้วจะชี้แจงให้ทางประชาชนได้ทราบว่าเป็นอย่างไร 
 
ทางด้านผู้สื่อข่าว ได้ลงพื้นที่ไปยังบ้านของนายจารุชาติ ในหมู่บ้านวังชมภู ตำบลม่วงคำ อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย พบกับนางตา วังมูล อายุ 76 ปี มารดาของนายจารุชาติ กำลังเตรียมจัดสถานที่ที่จะใช้ประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลนายจารุชาติ 
 
นางตา กล่าวว่า ตนเองมีลูก 3 คน โดยนายจารุชาติเป็นคนโตและมีน้องสาวอีก 2 คน ซึ่งที่ผ่านมานายจารุชาติจะออกไปทำงานในหลายพื้นที่ โดยแจ้งกับบิดาและมารดาว่าไปทำงานรับเหมาก่อสร้างและรับจ้างทั่วไป โดยครั้งล่าสุดได้เดินทางกลับบ้านในช่วงเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา ทำให้ทางครอบครัวรวมทั้งญาติคนอื่นๆ ไม่เคยทราบเรื่องมาก่อนว่านายจารุชาติเข้าไปพัวพันเป็นพยานให้กับคดีดังของนายวรยุทธดังกล่าว
 
ขณะที่นายสิระ เจนจาคะ ส.ส. พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการเสียชีวิตของนายจารุชาติ มาดทอง 1 ในพยานคดีนายวรยุทธ อยู่วิทยา ว่าเป็นการเสียชีวิตกะทันหัน ไม่ทราบว่าด้วยสาเหตุอะไร ทั้งที่เพิ่งตกเป็นข่าวและกรรมาธิการได้เซ็นหนังสือเชิญมาเป็นมาชี้แจง ในวันที่ 5 สิงหาคมที่จะถึงนี้ 
 
จึงเกิดความรู้สึกเป็นห่วง พล.อ.ท. จักรกฤช ถนอมกุลบุตร ซึ่งเป็นพยานอีกเพียง 1 คนที่เหลืออยู่ หากเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตอีก พยานในคดีนี้ก็จะไม่เหลือเลย ดังนั้นพยานถือเป็นกุญแจสำคัญของคดี จึงขอฝากถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้ไปดูแลความปลอดภัยพลตำรวจโทจักรกฤษณ์
 
"ทาง ผบ.ตร. ต้องทำหน้าที่ปกป้องพยานคนนี้จนถึงที่สุดห่วงอันตรายถึงชีวิตอีกคนหนึ่ง เป็นการตัดตอนหรือไม่" นายสิระ ยังกล่าวด้วยว่า หากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเป็นห่วงประธานกรรมาธิการฯ ก็สามารถส่งกำลังมาคุ้มครองได้ เพราะขณะนี้ก็รู้สึกไม่ปลอดภัย
 
รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/tswm_mBUdXA
 
+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ