31 ก.ค. 2563
1,950 ครั้ง

หมอฟันรักษา 'บอส อยู่วิทยา' แจงชัดในยาชาไม่มี "โคเคน" ยันบอกตร.ไปแล้วเมื่อ 8 ปีก่อน

จากกรณีวงการทันตแพทย์และโคเคนเข้ามาเกี่ยวข้องครับ เนื่องจากมีผู้ตั้งข้อสังเกตุว่า ทำไมตำรวจไม่สั่งฟ้องในข้อหาพบสารเสพติดในร่างกายด้วย เพราะมีหลักฐานผลการตรวจจาก ภาควิชานิติเวชวิทยา ภาควิชาพยาธิวิทยา คณะแพทยศาสตร์รามาธิบดี ยืนยันชัดเจน ซึ่งเมื่อวานนี้คณะกรรมาธิการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร ได้เชิญพนักงานสอบสวนในคดีนี้ไปชี้แจง และโฆษกคณะกรรมาธิการได้แถลงว่า ตำรวจที่มาชี้แจงกับคณะกรรมธิการ บอกว่า ที่ไม่สั่งฟ้อง เพราะทันตแพทย์ บอกว่าโคเคนมาจากการรักษาฟันให้นายวรยุทธ 
 
ต่อมาวาแวดวงวิชาการทันตแพทย์ว่าไม่ได้ใช้โคเคนในการทำฟันมากว่า100ปีแล้ว และที่สำคัญทันตแพทย์ที่รักษานายวรยุทธ ก็ยืนยันว่าไม่ได้ใช้โคเคนกับนายวรยุทธนั้น
 
วันที่ 31 ก.ค. ผลการตรวจพิสูจน์สารแปลกปลอมภายในร่างกายของนายวรยุทธ อยู่วิทยา พบสารในร่างกาย 4 ชนิด โดย 2 ชนิดเป็นยานอนหลับและกาแฟ ส่วนอีก 2 ชนิด เป็นสารที่เกิดจากการย่อยสลายโคเคนระบุชื่อสารเบนซอยเลคโกไนน์ จากการเสพโคเคน โดยปกติจะไม่พบปนอยู่ในยาหรืออาหาร อยู่ในเลือดได้นาน18-24ชั่วโมง และสารCocaethylene เกิดจากการเสพโคเคนร่วมกับแอลกอฮอล์ 
 
ทันตแพทย์เผด็จ ตั้งงามสกุล อุปนายก ทันตแพทยสภาอธิบายว่ายาชาที่ใช้โคเคนในงานทันตกรรมใช้เมื่อ161ปีมาแล้ว เรียกว่ากลุ่มเอสเตอร์ หลังจากนั้นในปี 1905 หรือ115 ปีก่อน ยาชาก็ถูกสังเคราะห์ขึ้นโดยไม่ใช้โคเคนอีกต่อไป เนื่องจากโคเคนส่งผลข้างเคียงต่อคนไข้จึงเปลี่ยนมาใช้ยาชากลุ่ม เอมายน์ เช่นลิโดเคน เมพิวาเคน และอาติเคน และโครงสร้างโมเลกุลก็แตกต่างอย่างชัดเจนระหว่าง ผู้ได้รับยาชา กับโครงสร้างโมเลกุลที่พบจากการตรวจเลือดนายวรยุทธ ซึ่งพบว่ามีโคเคนและ โคเคนผสมกับแอลกอฮอล์
 
ทันตแพทยสภาระบุว่าทันตแพทย์ผู้รักษานายวรยุทธยืนยันว่าได้รักษาทันตกรรมให้นายวีระยุทธ เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2555 ก่อนเกิดอุบัติเหตุ 5 วัน ส่วนยาชาที่ใช้คือ เมพิวาเคน (Mepivacaine) และจ่ายยา อะม็อกซีซิลลิน (Amoxicillin) จำนวน 15 เม็ด โดยไม่มียาที่มีส่วนประกอบของโคเคน ซึ่งข้อมูลทั้งหมดตำรวจได้เดินทางมาสอบปากคำที่คลินิค และทันตแพทย์ผู้รักษาก็ได้ให้ข้อมูลทั้งหมดกับตำรวจไปเมื่อ 8 ปี ที่แล้ว ซึ่งทันตแพทย์ที่รักษาเป็นแพทย์ที่รักษาประจำของนายวรยุทธ ขณะนี้อยู่ต่างจังหวัดแต่ก็พร้อมหากมีการเรียกมาให้ข้อมูล
 
ขณะที่พล.ต.อ.ศตวรรษ หิรัญบูรณ ในฐานะหัวหน้าคณะกรรมการฯ ชี้แจงว่าทันตแพทย์ผู้รักษานายวรยุทธให้ปากคำตั้งแต่แรกว่าไม่ส่วนผสมโคเคนในยารักษาแต่พนักงานสอบสวนได้นำผลการตรวจไปสอบสวนอีกทั้ง จากแพทย์ของ 2 โรงพยาบาล จนได้ความเห็นว่าเกิดจากยาปฎิชีวนะ ที่อาจส่งผลลวงต่อการตรวจหรือเป็นสารเสพติดจริง เมื่อนำมาพิจารณาในคณะสอบสวนแล้วเห็นว่าสารทั้ง 2 ชนิดไม่ถูกบัญญัติว่าเป็นสารที่ผิดกฎหมายจราจร จึงไม่ได้แจ้งข้อหา แต่ได้ทำรายงานความเห็นเรื่องนี้ส่งไปยังอัยการแล้ว
 
 
 
+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ