31 ก.ค. 2563
1,361 ครั้ง

คลี่ปมเสียชีวิตพยานคนสำคัญคดี 'บอส อยู่วิทยา' ขณะญาติยันไม่ติดใจ หากเป็นอุบัติเหตุจริง-ข้องใจมีคนเอาของมาให้

จากกรณีการเสียชีวิตของนายจารุชาติ มาดทอง พยานคดีนายวรยุทธ อยู่วิทยาขับรถชนตำรวจเสียชีวิต เบื้องต้นครอบครัวบอกว่าไม่ติดใจถ้าเสียชีวิตจากอุบัติเหตุจริง แต่ยอมรับว่าในวันไปรับศพที่ จ. เชียงใหม่ มีชายปริศนานำสิ่งของส่วนตัวของนายจารุชาติมามอบให้ที่โรงพยาบาล ขณะที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุอีกครั้ง และแกะรอยจากกล้องวงจรปิดเพื่อพยายามคลี่ปมข้อสงสัยในหลายประเด็น คุณฐปณีย์ เอียดศรีไชย รายงานจากจังหวัดเชียงใหม่
 
จากการจำลองเส้นทางที่ตำรวจแกะรอยจากกล้องวงจรปิดในคืนเกิดเหตุวันที่ 30 กรกฏาคม เวลา 01.38 น.พบรถจักรยานยนต์ของนายจารุชาติ มาดทอง และคู่กรณี นายสมชาย ตาวิโน ขับรถมาตามถนนเลียบคลองชลประทาน จากแม่เหียะ มุ่งหน้าตลาดต้นพยอม ก่อนจะไปถึงแยกโรงพยาบาลสัตว์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนนิมมานเหมินทร์ แล้วเลี้ยวซ้ายมุ่งไปแยกรินคำ ในเวลา 01.43 น. ก่อนจะจอดรถติดไฟแดง และเลี้ยวขวาไปตามถนนห้วยแก้ว และเกิดเหตุชนกันบริเวณแยกฟ้าธานี
 
โดยตลอดทางรถของนายจารุชาติ ขับตามหลังรถของนายสมชาย และชนท้ายรถนายสมชาย ไถลไปชนเกาะลางถนน ส่วนรถของนายจารุชาติล้มลงจนเสียชีวิต ส่วนนายสมชาย บาดเจ็บที่ใบหน้า
 
พลตำรวจตรีดิเรก ธนานนท์นิวาส ผู้บังคับการศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 5 ที่นำเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานมาตรวจสอบรถจักรยานยนต์คู่กรณีทั้งสองคน และจำลองเหตุการณ์ขณะเกิดเหตุ โดยรถยนต์ของนายจารุชาติ เป็นรถฮอนด้า รุ่นเวฟ 125 เอส สีเทา-ดำ หมายเลขทะเบียน ครข 221 เชียงใหม่ และรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นดรีม สีดำ หมายเลขทะเบียน 7ค 2340 เชียงใหม่ ของนายสมชาย ตาวิโน คู่กรณี ซึ่งมีการตรวจหาร่องรอยเฉี่ยวชน พบคราบเลือดติดที่กระบังลมรถด้านซ้ายของนายจารุชาติ ตะกร้าหน้ายุบ 
 
ส่วนรถของนายสมชาย มีป้ายทะเบียนท้ายหักและหลุดออกไปจากการถูกชนและบังโคลนหลังแตก โดยนายสมชาย ยอมรับว่าขณะที่เกิดเหตุขับมาด้วยความเร็ว 30-40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งน่าจะเป็นความเร็วเดียวกับนายจารุชาติที่ขับตามหลัง ขณะเกิดเหตุ คาดว่านายจารุชาติ พยายามแซง แต่แซงไม่พ้นจึงชนท้ายรถของนายสมชาย ที่หลังเกิดเหตุสลบไปจนไปถึงโรงพยาบาลมารู้สึกตัวอีกครั้งในเวลา 10.30 น.และออกจากโรงพยาบาลเพราะไม่มีเงินรักษาค่าพยาบาล 2,500 บาท จนช่วงเย็นเจ้าหน้าที่ตามตัวมาสอบปากคำ 
 
ซึ่งจากคำให้การของนายสมชาย ยืนยันว่าไม่รู้จักนายจารุชาติมาก่อน โดยผลการตรวจพิสูจน์หลักฐานจะใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ ขณะที่การตรวจสอบอุบัติเหตุ พันตำรวจเอกรณชัย รอดลอย ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรภูพิงค์ราชนิเวศน์ ยังไม่แจ้งข้อกล่าวหา นายสมชาย เนื่องจากต้องรวบรวมพยานหลักฐาน เนื่องจากผู้เสียชีวิตเป็นผู้ขับชน และต้องตรวจสอบประวัตินายจารุชาติ ที่เป็นพยานในคดีสำคัญ จึงมีปมข้อสงสัยที่สังคมกำลังตรวจสอบ แต่ยังไม่สามารถให้ความเห็นกรณีชาวเนตตั้งข้อสังเกตเรื่องพบแสงไฟคล้ายการยิงปืนก่อนที่รถของนายจารุชาติจะประสปอุบัติเหตุ เนื่องจากยังไม่ได้รับผลชันสูตรจากแพทย์
 
นายจารุชาติ มาดทอง ในวัย 40 ปี เป็นลูกชายคนโต ที่เป็นกำลังหลักในการหาเลี้ยงครอบครัวที่มีแม่ พ่อ น้องสาวทำงานอยู่ต่างประเทศ และลูกสาวของนายจารุชาติในวัย 15 ปีที่อาศัยอยู่บ้านหลังนี้ ตั้งแต่เด็ก นายจารุชาติ ออกทำงานตั้งแต่ยังหนุ่ม ทั้งเคยไปทำงานประเทศไต้หวัน 3 ปี ก่อนจะกลับมาทำงานกรุงเทพ และเคยจะไปทำงานเกาหลีใต้ แต่ไม่ผ่าน ตม. แต่ด้วยเหตุที่ไม่ค่อยได้พูดเรื่องส่วนตัว ผู้เป็นแม่จึงไม่รู้ประวัติว่าทำงานอยู่ที่ไหน
 
รวมถึงในปี 2555 ที่เกิดเหตุคดีของนายวรยุทธ อยู่วิทยา ไม่รู้ว่ทำงานอยู่ที่ไหน เพราะจำเหตุการณ์ไม่ค่อยได้ จึงไม่ทราบว่าไปเป็นพยานในคดีนี้ได้อย่างไร รวมถึงล่าสุดที่ไปประสปอุบัติเหตุที่จ.เชียงใหม่ แม่ก็ยอมรับว่าตกใจเพราะไม่รู้มาก่อนว่าไปทำงานเชียงใหม่ ที่ผ่านมารู้ว่าทำงานอยู่กรุงเทพ ทำให้แม่ เสียใจอย่างมาก เพราะนายจารุชาติ เป็นกำลังหลักของครอบครัวที่ส่งเงินมาให้ แต่ไม่มีจำนวนมาก หากจะได้เงินจากการเป็นพยาน ก็คงให้พ่อแม่ แต่อย่างที่เห็นว่าบ้านก็เป็นบ้านเก่าและครอบครัวยังลำบากไม่ได้มีเงินมากขึ้นมาเลย แม่จึงไม่ติดใจหากสุดท้ายนายจารุชาติจะเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุ
 
ขณะที่ลูกสาวของนายจารุชาติ ยอมรับว่าพบพ่อครั้งสุดท้ายเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ่อกลับมาอวยพรวันเกิดให้ที่บ้าน พ่อบอกว่าทำงานที่เชียงใหม่แต่ไม่รู้ทำงานอะไร จึงเสียใจอย่างมากกับการจากไปของพ่อ
 
ทั้งนี้ครอบครัวนายจารุชาติ ยอมรับว่า ในช่วงตีสองของคืนวันที่ 30 กรกฏาคม พยาบาลโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ โทรมาแจ้งว่าลูกชายประสปอุบัติเหตุ แพทย์กำลังช่วยอย่างเต็มที่ ซึ่งไม่รู้ว่ามีเบอร์มือถือของแม่ได้อย่างไร ขณะเดียวกันในเวลาเกือบ 4 นาฬิกา มีเสียงผู้ชายโทรมาแจ้งว่าลูกชายเสียชีวิต แต่ไม่ทราบว่าเป็นใคร ซึ่งไม่มีเบอร์โทรนั้นแล้ว และในระหว่างที่ญาติไปรับศพที่โรงพยาบาล มีชายคนหนึ่งนำสิ่งของเครื่องใช้ที่เป็นกระเป๋าเดินทางของนายจารุชาติ เสื้อผ้า มามอบให้แต่ไม่มีใครทันสังเกตุหรือสอบถามว่าเป็นใครจนมาถึงบ้านพบว่าภายในมีโทรศัพท์มือถือจอแตกและไม่มีซิมโทรศัพท์แล้ว
 
ชายปริศนาที่ปรากฏตัวที่โรงพยาบาลและนำสิ่งของมานายจารุชาติ มาให้จะเป็นกุญแจสำคัญถึงการอาศัยอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ของนายจารุชาติ ซึ่งในฐานข้อมูลพบว่าล่าสุดเขาได้เข้าทำงานทีสำนักงานนิติชัยทนายความเมื่อวันที่ 1 กรกฏาคม และก่อนเกิดเหตุเกิดอะไรขึ้นกับนายจารุชาติ ขณะที่ใบมรณบัตรของนายจารุชาติ ระบุว่าเสียชีวิตจากเลือดออกในเยื่อหุ้มสมองและเสียเลือดมาก
 
แต่ขณะเดียวกันในวันรับศพ ญาติรับทราบว่า สาเหตุที่เสียชีวิตเพราะเลือดออกในช่องท้อง และสงสัยว่าหากรถของนายจารุชาติ ไม่ใช่คันที่ไปชนเกาะกลาง ทำไมถึงเป็นเหตุให้เสียชีวิตได้ และนับตั้งแต่รับศพครอบครัวยังไม่ได้ผลชันสูตรศพ
 
+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ