01 ส.ค. 2563
1,034 ครั้ง

'ธานี' แจงซ้ำ สนช. ไม่ได้เปิดพยานปากใหม่ ด้าน ปชป. เตรียมบุกอัยการสัปดาห์หน้า ขอสำนวนสั่งไม่ฟ้อง 'บอส อยู่วิทยา'

นายธานี อ่อนละเอียด อดีต สนช. ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะกรรมาธิการกฎหมายยุค สนช.แถลงย้ำถึงการทำหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงในคดีของนายวรยุทธ อยู่วิทยา เมื่อปี 2555 โดยยืนยันว่า ประเด็นที่ยังมีการนำเสนอจากสื่อมวลชนอ้างว่ามีพยานใหม่เกิดขึ้นหลังกรรมาธิการของ สนช.พิจารณาเรื่องนี้นั้น ขอยืนยันว่า ประจักษ์พยานที่อ้างว่าเห็นเหตุการณ์การทั้งหมดนั้นเป็นประจักษ์พยานที่ได้ให้การไว้แต่เดิม ไม่ใช่การสอบประจักษ์พยานใหม่ 
 
 
และหลังจากที่กรรมาธิการได้รวบรวมผลการสอบศึกษาข้อเท็จจริงส่งให้อัยการได้รวบรวมผลการสอบศึกษาข้อเท็จจริง ส่งให้กับอัยการดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ เมื่อ 16 ธ.ค. 2559 แล้วนั้น ยืนยันว่ากรรมาธิการมิได้ดำเนินการใดๆกับกรณีนี้อีก และนายวรยุทธก็ไม่ได้ติดต่อมายังกรรมาธิการอีกแต่อย่างใด 
 
 
ส่วนหากนายวรยุทธไปร้องขอให้ดำเนินการสอบพยานเพิ่มเติมใดๆหลังจากที่กรรมาธิการส่งผลการตรวจสอบไปแล้วนั้น ยืนยันว่า กรรมาธิการมิได้รู้เห็นหรือเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อีก
 
 
นายธานี ยังกล่าวว่า การที่อัยการสูงสุดได้มีคำสั่งยุติเรื่องร้องขอความเป็นธรรมของนายวรยุทธ เมื่อวันที่ 14 ก.พ. 61 นั้น ย่อมแสดงให้เห็นชัดว่า ผลการพิจารณาของกรรมาธิการ มิได้มีอิทธิพลที่จะส่งผลให้อัยการสูงสุดเปลี่ยนแปลงคำสั่งได้ เพราะโดยบทบาทอำนาจหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัตินั้น มิได้มีอำนาจไปบงการหรือสั่งการองค์กรต่างๆได้ มีอำนาจเพียงแค่ศึกษาสอบหาข้อเท็จจริงเพื่อส่งต่อให้หน่วยงานไปดำเนินการตามอำนาจหน้าที่เท่านั้น 
 
 
อย่างไรก็ตามหลังเกิดปัญหาความไม่ชัดเจนเรื่องนี้ได้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาแล้ว 3 คณะทั้ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ อัยการสูงสุด และกรรมการที่ตั้งโดยนายกรัฐมนตรี จึงขอให้สื่อมวลชนรอผลการพิจารณาของทั้ง 3 คณะต่อไป
 
 
ทั้งนี้ภายหลังแถลงข่าวเสร็จสิ้นสื่อมวลชนพยายามสักถามถึงข้อสงสัยในหลายประเด็นเกี่ยวกับการทำหน้าที่กรรมาธิการยุค สนช. ในขณะนั้น แต่นายธานี ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นพร้อมยกมือไหว้ขอโทษสื่อมวลชนที่การแถลงข่าวครั้งที่แล้วอาจล่วงเกินสื่อมวลชน และได้เดินลงจากเวที โดยสื่อมวลพยายามสักถามถึง 2 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ เหตุใดกรรมาธิการขณะนั้นต้องให้อาจารย์จากมหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าพระนครเหนือ 
 
 
ซึ่งมีกระแสข่าวว่ารู้จักกับทนายความของนายวรยุทธนั้น เข้ามาให้ข้อมูลและศึกษา ตั้งสมมติฐานเกี่ยวกับอัตราความเร็วรถของนายวรยุทธ จนได้ข้อมูลว่ามีความเร็วไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงคดีนี้ , และ 2 กรรมาธิการได้ขณะนั้นได้มีการพิจารณากรณีพบสารแปลงปลอมในร่างการของรายวรยุทธ ที่อาจเกิดจากสารเสพติดบางประเภทหรือไม่ หลังมีการเปิดเผยข้อมูลว่าพบสารประเภทโคเคนจากการทำฟันของทันตแพทย์ 
 
 
แต่นายธานีพยายามบ่ายเบี่ยงไม่ให้ความเห็นในประเด็นคำถามดังกล่าว ตอบแต่เพียงขอให้รอการพิจารณาของคณะกรรมการทั้ง 3 คณะเท่านั้น
 
 
ด้านนายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกระแสวิจารณ์กรณีอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้อง “นายวรยุทธ อยู่วิทยา” หรือ บอส ที่ขับรถชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ ตำรวจสน.ทองหล่อ เสียชีวิตเมื่อปี 2555 ว่า เป็นเรื่องที่ต้องตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา ทำให้ความจริงปรากฎ โดยเฉพาะข้อพิรุธต่างๆที่สังคมเคลือบแคลงสงสัยว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ดังนั้นนอกจากกระบวนการของฝ่ายต่างๆ ทั้งรัฐบาล อัยการและตำรวจ รวมถึงกรรมาธิการชุดต่างๆของสภาผู้แทนราษฎรก็ดำเนินการไปตามขั้นตอน 
 
 
ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ตนและนายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ จะเดินทางไปที่สำนักงานอัยการสูงสุด ในวันอังคารที่ 4 สิงหาคม ยื่นขอเอกสารสำนวนคำสั่งไม่ฟ้องทั้งหมด ตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารเพื่อนำมาพิจารณารายละเอียด ซึ่งย้ำว่าเป็นช่องทางที่เคยดำเนินการมาแล้ว กรณีที่อัยการมีคำสั่งไม่ฎีกาภรรยาของอดีตนายกรัฐมนตรี โดยครั้งนั้น นายถาวร เสนเนียม และ ส.ส.พรรคได้ใช้สิทธิ์ยื่นขอ แม้จะถูกอัยการปฏิเสธ แต่ขั้นตอนตามกฎหมาย สามารถอุทธรณ์กับคณะกรรมการข้อมูลข่าวสาร และต่อมาได้มีคำวินิจฉัยว่า “อัยการต้องเปิดเผยรายละเอียดการสั่งคดี” จึงเป็นบรรทัดฐานที่จะนำมาใช้กับคดี #บอสอยู่วิทยา เช่นกัน
 
 
รับชมผ่านทางยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/HTQCkQFntn8
 
+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ