01 ส.ค. 2563
2,186 ครั้ง

นักกฎหมายชี้ 3 ทางออกรื้อคดี 'บอส อยู่วิทยา' จี้ประเด็นยาเสพติดยังไม่หมดอายุความ

นักวิชาการด้านกฎหมายและอดีตอัยการสูงสุดชี้ทางออกของคดีนายวรยุทธ อยู่วิทยา ต้องนำขึ้นสู่การพิจารณาในชั้นศาลให้ได้ หากคณะกรรมการ 3 ชุดที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบพบว่า ดุลยพินิจการสั่งไม่ฟ้อง ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และโอกาสฟ้องคดีใหม่เพื่อนำเข้าสู่ชั้นศาลยังทำได้ แม้ฝ่ายผู้ตายจะขาดผู้เสียหาย และพนักงานสอบสวนต้องตั้งข้อหาตาม พรบ.ยาเสพติด กับนายวรยุทธ เนื่องจากคดียังไม่หมดอายุความ 
 
 
หลักฐานที่ตำรวจสามารถฟ้องนายวรยุทธ อยู่วิทยาได้ขณะนี้ นักวิชาการด้านกฎหมาย ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เห็นว่าน่าจะเป็นพ.ร.บ.ยาเสพติด แม้ตำรวจจะระบุว่าโคเคนเป็นยาเสพติดประเภท 2 ไม่อยู่ในบัญชียาที่มีความผิดทางจราจรขณะขับรถ แต่ข้อหาเสพยา ซึ่งมีอายุความ 10ปี อีก2ปีจะขาดอายุความควรนำมาแจ้งข้อหา โดยไม่ได้จับจ้องที่ตัวนายวรยุทธต้องรับโทษ แต่คดีนี้แสดงให้เห็นถึงมิติกระบวนการยุติธรรมทางอาญาไทย จะเรียกความเชื่อมั่นในสายตาชาวโลกที่จับจ้องกลับคืนมาได้หรือไม่
 
 
และการคืนความน่าเชื่อถือให้กับกระบวนการยุติธรรมไมิเช่นนั้นจะเป็นการตัดตอนคดี และดาบวิเชียรจะกลายเป็แพะ จึงเห็นว่าทางเดียวคือต้องนำคดีขึ้นสู่ชั้นศาล
 
 
นักวิชาการเห็นว่ามี 3แนวทาง คือหากอัยการสั่งไม่ฟ้องโดยไม่โปร่งใส ไม่เป็นไปตามกฎหมาย ก็ถือว่าคำสั่งเป็นโมฆะ และคดีนี้อัยการสูงสุดต้อง ตรวจสอบว่าคำสั่งของอัยการมีความไม่โปร่งใสหรือไม่ 
 
 
อีกทั้งนายกรัฐมนตรีในฐานะผู้บังคับบัญชา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีอำนาจสั่งทบทวนใหม่ได้ หากพบว่าการตำรวจไม่แย้งคำสั่งไม่ฟ้องของอัยการไม่ชอบด้วยกฎหมาย คดีนี้จึงต้องคาดหวังกับคณะกรรมการที่นายกรัฐมนตรี แต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิหลายฝ่าย และสุดท้ายการหาพยานหลักฐานใหม่ แต่เมื่อสำนวนเชื่อพยานใหม่ มากกว่านิติวิทยาศาสตร์ ที่ตรวจครั้งแรก คงต้องเชิญ บ.รถเฟอร์รารี่ มาให้ข้อมูลสมรรถนะของรถว่าหากชนด้วยเร็วไม่เกิน80 เหตุใดรถจึงเสียหายได้มาก ข้อมูลจะเป็นหลักฐานใหม่ได้
 
 
ด้านอดีตอัยการสูงสุด เห็นว่าอัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องไม่ไได้หมายความว่าคดีจบ เพราะดุลยพินิจไม่ฟ้องชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ แต่ต้องอยู่ที่หลักฐานใหม่ และผู้ตายไม่มีผู้ฟ้อง รัฐต้องเป็นผู้ฟ้องแทน
 
 
ส่วนคณะกรรมการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุว่าสารโคเคนในเลือดของนายวรยุทธ ได้วิเคราะห์จากสำนวน ยังไม่ได้เชิญทันตแพทย์มาให้ข้อมูล แต่จะมีการแจ้งข้อกล่าวหาหรือไม่ ต้องดูว่าเป็นสารเสพติดจริงหรือไม่ เพราะมีแพทย์อีก2รพ.ให้ความเห็นว่าผลตรวจอาจเป็นผลลวงก็ได้
 
 
และเป็นดุลยพินิจของพนักงานสอบสวน ที่จะส่งฟ้องหรือไม่ แต่จะผิดฐานละเว้นหน้าที่หรือไม่ เรื่องนี้ไม่ได้อยู่ในอำนาจของคณะกรรมการ เพราะคณะกรรมการมีหน้าที่แค่ตรวจสอบ 3 ประเด็นหลัก คือ การสอบสวนและความเห็นชั้นพนักงานสอบสวน การสอบสวนเพิ่มเติมตามคำสั่งพนักงานอัยการ และการดำเนินการพิจารณาความเห็นตามอัยการ 
 
 
และวันจันทร์ ที่ 3 สิงหาคมนี้ นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นคำร้องต่อป.ป.ช.สอบเอาผิดตำรวจเจ้าของสำนวน ที่ไม่ดำเนินคดีข้อหาโคเคน กับบอส วรยุทธ ฐานทุจริตต่อหน้าที่ และหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.157
+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ