02 ส.ค. 2563
6,165 ครั้ง

หลักฐานใหม่ ‘จารุชาติ’ เจอคู่กรณีในร้านเหล้า ชวนไปดื่มต่อ ก่อนเกิดอุบัติเหตุ - ชี้ 3 แนวทางรื้อคดี ‘บอส อยู่วิทยา’

จากกรณีนายจารุชาติ มาดทอง อายุ 40 ปี พยานคนสำคัญในคดีของบอส อยู่วิทยา ได้เสียชีวิตจากเหตุการณ์รถจักรยานยนต์ชนกับรถจักรยานยนต์ของนายสมชาย ตาวิโน อายุ 50 ปี เมื่อเวลาประมาณ 01.30น. ของเช้าวันที่ 30 ก.ค. ที่ผ่านมา ที่บริเวณแยกฟ้าธานี ถนนห้วยแก้ว ในตัวเมืองเชียงใหม่
 
ความคืบหน้าล่าสุด พล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันตะสิน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ที่นายสมชาย ได้ให้ปากคำกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าไม่ได้รู้จักกับนายจารุชาติ ผู้ตายที่ขี่รถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนกัน มาก่อนนั้น 
 
หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตรวจได้ติดตามแกะรอยโดยย้อนเส้นทางของการขับขี่กลับไปตามต้นทางจนพบว่านายสมชาย ได้ไปกินดื่มที่ร้านอาหารคาราโอเกะแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ตำบลแม่เหี๊ยะ และได้พบหลักฐานสำคัญเป็นกล้องวงจรปิด และพยานบุคคลเป็นเจ้าของและพนักงานในร้านจนทราบความจริงว่า นายสมชายให้การไม่ตรงกับความจริง จึงได้เรียกมาสอบเพิ่มในคืนที่ผ่านมา และได้กลับคำให้การโดยอ้างว่าเกิดจากอาหารเมาที่ดื่มเบียร์ไปในปริมาณมาก
 
พล.ต.ต.พิเชษฐ เผยว่า  นายสมชายได้ไปกินดื่มในร้านอาหารดังกล่าวจนกระทั่งร้านใกล้จะปิด เช่นเดียวกันกับนายจารุชาติผู้ตาย ที่ไปนั่งกินดื่มแต่ไม่ได้ไปด้วยกัน ไม่ได้ร่วมโต๊ะเดียวกัน แต่เป็นจังหวะที่ร้านกำลังจะปิดทั้งสองคนจึงมาเจอกันที่หน้าร้าน ด้วยอาการเมาทั้งคู่ จึงได้พูดคุยกัน ถูกคอ และชวนกันไปดื่มต่อ 
 
หลังจากนั้นก็ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ตามกันมาในลักษณะที่เมามีการขับเฉี่ยวกันไปมาจนกระทั่งมาถึงจุดเกิดเหตุผู้ตายพยายามจะแซงแต่เฉี่ยวชนกันจนเกิดอุบัติเหตุดังกล่าว
 
ขณะเดียวกันวานนี้ (1 ส.ค. 2563) ผศ. ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวในการเสวนา "คดี(กระทิงแดง) ชนตำรวจ" ซึ่งจัดขึ้นที่ คณะนิติศาสตร์ มธ. ว่า
 
การคืนความน่าเชื่อถือให้กับกระบวนการยุติธรรมในคดีนี้ มีทางเดียวคือการให้ศาลเป็นผู้พิจารณา โดยยังมี 3 แนวทางสำคัญ ที่จะสามารถ รื้อคดี "บอส อยู่วิทยา" ได้ แม้ตามประมวลกฎหมายอาญา ม. 147 จะระบุว่าคดีที่มีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องคดีแล้ว ห้ามไม่ให้มีการสอบสวนในคดีนั้นอีก เว้นแต่จะมีพยานหลักฐานใหม่นั้น แต่ส่วนตัวเชื่อว่าแนวทางที่จะสามารถรื้อคดีนี้ให้นำสู่ชั้นศาลได้ คือ
 
1. หากอัยการสั่งไม่ฟ้องโดยไม่โปร่งใส ไม่เป็นไปตามกฎหมาย ก็ถือว่าคำสั่งนั้นเป็นโมฆะ เช่นเดียวกับในชั้นศาล ก็มีหลักตามประมวลกฎหมายแพ่ง ในกรณีที่มิได้มีการปฏิบัติตาม กม.แพ่ง ศาลสามารถสั่งเพิกถอนหรือแก้ไขคำสั่งใหม่ได้ ดังนั้นขนาดศาลยังสั่งใหม่ได้ เรื่องนี้อัยการสูงสุดต้อง ตรวจสอบว่าคำสั่งของอัยการในคดีบอส อยู่วิทยามีความไม่โปร่งใสหรือไม่
 
2. นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้บังคับบัญชา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีอำนาจดูแลควบคุมการปฏิบัติงานของข้าราชการตำรวจ ดังนั้นนายกรัฐมนตรี มีอำนาจสั่งทบทวนใหม่ได้ หากพบว่าการที่ตำรวจไม่คัดค้านคำสั่งไม่ฟ้องของอัยการนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งขณะนี้จะเห็นว่า นายกรัฐมนตรี ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบแล้วและสามารถคาดหวังได้เพราะมีผู้ทรงคุณวุฒิหลายฝ่าย
 
3. คือการหาพยานหลักฐานใหม่ ซึ่งหลักฐานใหม่ในคดีนี้อาจเกิดขึ้นได้ จาก การนำเครื่องตรวจจับความเร็วรถมาวัดความเร็วรถจากภาพกล้องวงจรปิดของตำรวจ
 
การเชิญ บ.รถเฟอร์รารี่ มาให้ข้อมูลสมรรถนะของรถ ที่มีมูลค่าถึง 35 ล้านบาท แต่ชนด้วยเร็วไม่เกิน 80 เหตุใดจึงเสียหายได้มากขนาดนี้ ซึ่งจะสามารถนำข้อมูลมาเป็นหลักฐานใหม่ได้
 
และประเด็นคดีโคเคน แม้ไม่ได้อยู่ในบัญชียาเสพติด ที่เสพแล้วจะมีความผิดตาม พ.ร.บ.จราจร แต่การเสพโคเคน มีความผิดตาม พ.ร.บ.ยาเสพติด และยังเป็นคดีที่มีอายุความ ถึง 10ปี ซึ่งกรณีนี้ มี แพทย์ จาก รพ.รามาธิบดี ยืนยันชัดเจนว่ามีสารโคเคนในร่างกายของ นายวรยุทธ หรือ บอส อยู่วิทยา ประกอบกับตำรวจ และ ทันตแพทย์ที่ทำฟันให้ นายวรยุทธ ก็ยืนยันว่าโคเคนที่พบไม่ได้เกิดจากการทำฟัน
 
ชมผ่านยูทูบ : https://youtu.be/ewIyDurxoiY
+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ