02 ส.ค. 2563
1,669 ครั้ง

ประเด็นข่าวรอบวัน 2 ส.ค. 63 - พบกัปตันเสียชีวิต ในเหตุเรือเฟอร์รีอับปาง / พิธีรื้ออาคารบอมเบย์เบอร์มา

- รัฐวิคตอเรียประกาศภาวะภัยพิบัติ หลังยอดผู้ติดเชื้อโควิดพุ่ง
รัฐวิคตอเรีย ของออสเตรเลีย ประกาศภาวะภัยพิบัติ พร้อมยกระดับมาตรการคุมเข้มเพื่อสกัดกั้นการแพร่ระบาดโควิด-19 
 
 
โดยออกคำสั่งล็อกดาวน์ นครเมลเบิร์น อย่างน้อย 6 สัปดาห์ จนถึง 13 กันยายนนี้ ซึ่งมีผลบังคับใช้แล้ววันนี้ ภายใต้มาตรการดังกล่าว จะอนุญาตให้ประชาชน ออกไปซื้อของจำเป็น วันละ 1 ครั้ง และออกกำลังกายนอกบ้านได้ วันละ 1 ชั่วโมง ในรัศมี 5 กิโลเมตร จากบ้าน และยังใช้คำสั่งเคอร์ฟิวช่วงกลางคืน ตั้งแต่ 20 นาฬิกา ถึง 5 นาฬิกา ในนครเมลเบิร์นอีกด้วย 
 
 
หลังตัวเลขผู้ติดเชื้อในรัฐวิคตอเรียพุ่ง โดยวันนี้ มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 671 คน เสียชีวิต อีก 7 คน สำหรับยอดผู้เสียชีวิตโควิด นาย์นทีนทั่วโลก ทะลุ 18 ล้านคนแล้ว อยู่ที่ 18,041,170 คน เสียชีวิต 689,121 คน และ รักษาหาย 11,339,733 คน 
 
 
- ก.ทรัพยากร ทำพิธีเทวดาแบบโบราณล้านนา กรณีรื้ออาคารบอมเบย์เบอร์มา
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทำพิธีขอขมาบอกกล่าวเทวดาแบบโบราณล้านนา บริเวณสวนรุกขชาติเชตวัน จังหวัดแพร่ กรณีเจ้าหน้าที่สังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รื้ออาคารโบราณบอมเบย์เบอร์มา ซึ่งมีอายุมากกว่า 120 ปี ก่อนจะเริ่มทำการบูรณะ สร้างกลับมาในพื้นที่เดิม ให้เหมือนของเดิมมากที่สุด
 
เทป-อ่านต่อ
 
นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยนางกานต์เปรมปรีด์ ชิตานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช
นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ และผู้บริหารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทำพิธีถวายเครื่องบัตรพลีบูชาเทวดาอารักษ์ประจำเมืองแพร่ เทวดาอารักษ์ประจำสวนรุกขชาติเชตวัน และขอขมาบอกกล่าวเทวดาแบบโบราณล้านนาเมืองแพร่ พร้อมทำบุญอุทิศแด่ดวงวิญญาณผู้มีอุปการคุณต่อสถานที่ในบริเวณสวนรุกขชาติเชตวัน จังหวัดแพร่
 
สำหรับพิธีวันนี้ จัดขึ้นเพื่อขอขมาบอกกล่าวเทวดาแบบโบราณล้านนาเมืองแพร่ และทำบุญอุทิศแด่ดวงวิญญาณผู้มีอุปการคุณต่อสถานที่ในบริเวณสวนรุกขชาติเชตวัน ตามความเชื่อของคนเมืองแพร่
 
การบอกกล่าวเจ้าที่ เทวดาอารักษ์ ผีบ้านผีเรือน ตามพิธีโบราณล้านนา คือเมื่อได้ทำการรื้อถอน หรือสร้างอาคาร บ้านเรือน เพื่อให้เกิดความเป็นสิริมงคลแก่พื้นที่นั้น เพราะหากมีการรื้อถอนโดยไม่ได้บอกกล่าว อาจทำให้ “ขึด”หรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจะอยู่ไม่เป็นสุข เกิดเจ็บป่วยไข้หรืออาจถึงขั้นเสียชีวิต ทำให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้ความสำคัญกับพิธีนี้เป็นอย่างมาก
 
 
ส่วนแนวทางการบูรณะฟื้นฟูอาคารศูนย์เรียนรู้การป่าไม้ สวนรุกขชาติเชตวัน เน้นการมีส่วนร่วมในการบูรณะฟื้นฟู กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จะร่วมกับกรมศิลปากร ภาคีเครือข่ายรักษ์เมืองเก่าแพร่ และภาคประชาสังคม ประกอบ
 
 
1. การบูรณะฟื้นฟูอาคารศูนย์เรียนรู้การป่าไม้ สวนรุกขชาติเชตะวัน ต้องบูรณะฟื้นฟูอาคารให้มีสภาพใกล้เคียงของเดิมมากที่สุด และเป็นไปในรูปแบบของการบูรณาการร่วมกันทั้งหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องและภาคประชาสังคมในทุกขั้นตอน
2. กรมศิลปากร จะรับผิดชอบเป็นที่ปรึกษา กำกับ ดูแลเรื่องการออกแบบ ถอดแบบอาคารศูนย์เรียนรู้การป่าไม้ สวนรุกขชาติเชตะวัน ให้มีสภาพใกล้เคียงของเดิมมากที่สุดและนำของเดิมมาใช้ให้ได้มากที่สุด โดยอาศัยข้อมูลเดิมจากหอจดหมายเหตุ และข้อมูลภาพถ่ายเดิมจากภาคประชาชน เมื่อออกแบบเสร็จแล้วจะมีการทำประชาพิจารณ์เพื่อให้ภาคประชาชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เสนอความคิดเห็นร่วมกันในการเลือกแบบของอาคารที่จะทำการบูรณะฟื้นฟู ทั้งนี้เพื่อให้อาคารที่จะได้รับการบูรณะฟื้นฟูขึ้นนี้เป็นอาคารที่ได้ดีที่สุด และเป็นแบบที่ได้รับการเลือกโดยกระบวนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน และเพื่อประโยชน์สูงสุดของคนเมืองแพร่
3. กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จะเป็นผู้รับผิดชอบงบประมาณ พร้อมทั้งสนับสนุนกำลังเจ้าหน้าที่ อุปกรณ์ ในการบูรณะฟื้นฟูอาคารศูนย์เรียนรู้การป่าไม้ โดยให้ภาคีเครือข่ายภาคประชาชนมีส่วนร่วมทุกมีส่วนร่วม
 
 
โดยขณะนี้มีการออกแบบไว้ 3 แบบ คือแบบดั่งเริ่มสมัยรัชกาลที่ 5  แบบผสมผสามจากการบูรณะ และแบบประยุกต์ ซึ่งคณะกรรมการทุกภาคส่วนรวมถึงประชาชนจะเลือกแบบให้แล้วเสร็จ ภายในวันที่ 30 กันยายน หลังจากนั้นจะเริ่มลงมือสร้างอาคาร คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนกันยายน หรือ ตุลาคม 2564 โดยจะใช้งบประมาณจากกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ประมาณ 8 ล้านบาท
 
 
 
สำหรับอาคารศูนย์การเรียนรู้การป่าไม้ จะตั้งอยู่ในจุดเดิม บริเวณสวนรุกขชาติเชตวัน ตำบลในเวียง อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ บนที่ดินเดิม มีเนื้อที่ทั้งหมด 48-1-87 ไร่
 
 
- ตั้งศูนย์อำนวยการค้นหาผู้สูญหายจากเรือเฟอร์รี่อับปาง
นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัด ในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์ เรือเฟอร์รี่ล่ม ได้ตั้งสูนย์อำนวยการค้นหาร่างผู้สูญหายขึ้นที่ กองบังคับการสถานีเรือสมุย ฐานทัพเรือสงขลา ทัพเรือภาคที่ 2 ที่แหลมโจรคร่ำ อำเภอเกาะสมุย เพื่อเปิดเป็นศูนย์อำนวยเฉพาะกิจติดตามผู้สูญหาย ล่าสุดพบผู้สูญหายเพิ่มอีก 2 ราย เสียชีวิต 1 ราย เป็นกัปตันเรือ ขณะนี้ยังคงเหลือผู้สูญหายอีก 4 ราย
 
+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ