03 ส.ค. 2563
4,226 ครั้ง

สลด ชิงช้าในโรงเรียนล้มทับเด็ก ป.1 เสียชีวิต

รศ.นพ.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ ผู้อำนวยการสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล และหัวหน้าศูนย์วิจัยเพื่อความปลอดภัยในเด็ก โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่า จากกรณีเกิดเหตุชิงช้าเด็กเล่นล้มทับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จนเสียชีวิตในโรงเรียนแห่งหนึ่งจังหวัดบุรีรัมย์ ถือเป็นเหตุการณ์ที่ยังคงเกิดขึ้นซ้ำซาก 

 
 
แต่ละปีมีเด็กที่ต้องเสียชีวิตจากเหตุเครื่องเล่นไม่มีความปลอดภัย รวมถึงทำให้ได้รับบาดเจ็บไม่ต่ำกว่า 30,000 คนต่อปี จากการเก็บรวบรวมข้อมูลพบว่า ลักษณะการเกิดอุบติเหตุ 3 อันดับแรก ได้แก่ เครื่องเล่นล้มทับ ตกจากที่สูง และลอดตกหรือหล่นจากช่องรูทำให้ศีรษะติดจนขาดอากาศหายใจ โดยเฉพาะกรณีเครื่องเล่นล้มทับ ถือเป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดการเสียชีวิตมากที่สุด และทั้งหมดล้วนเป็นผลมาจากการออกแบบและติดตั้งเครื่องเล่นที่ไม่เป็นไปตามาตรฐาน ขาดการคำนึงถึงเรื่องความปลอดภัย
 
 
นอกจากนี้จากการสำรวจสภาพสนามเด็กเล่นในช่วงระหว่างปี 2552-2553 ยังพบว่า ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก โรงเรียน และตามชุมชนหรือสถานที่สาธารณะ ส่วนใหญ่ไม่ได้มีการออกแบบและติดตั้งเครื่องเล่นให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัย เพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดอันตรายต่อเด็กจากการเล่น 
 
 
ทั้งที่ในความเป็นจริงมีข้อกำหนด ประกาศมาตรฐานเอาไว้อย่างชัดเจนมานานแล้ว ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างที่ต้องมีความแข็งแรง ยึดติดกับฐานอย่างแน่นหนา ลักษณะของเครื่องเล่นแต่ละชนิดต้องมีพื้นผิวเรียบ ไม่มีส่วนยื่นล้ำออกมา มีวัสดุป้องกันขอบคมที่อาจก่อให้เกิดอันตรายกับเด็กในระหว่างการเล่น ไม่มีช่องว่างหรือรูที่อาจทำให้อวัยวะไปติดได้ และความสูงของเครื่องเล่นต้องไม่เกินระดับที่กำหนด
 
 
ทั้งนี้ ยอมรับว่าเนื่องจากเป็นเพียงข้อกำหนด หรือลักษณะของคำแนะนำ ที่ไม่ได้มีบทลงโทษ จึงทำให้ที่ผ่านมาเกิดความละเลยและไม่ให้ความสำคัญ เป็นเหตุทำให้ยังคงเกิดความสูญเสีย ดังนั้นจึงอยากวอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงเจ้าของหรือผู้ที่รับผิดชอบดูแลสนามเด็กเล่น ปฏิบัติตามข้อกำหนดอย่างเคร่งครัด ตั้งแต่ขั้นตอนการติดตั้ง ตลอดจนการตรวจสอบ ดูแล และบำรุงรักษาซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพที่ปลอดภัยพร้อมใช้งาน 
 
 
และหากเป็นพื้นที่ที่มีเด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี มาเล่นเครื่องเล่นจำเป็นต้องมีผู้คอยดูแล รวมไปถึงควรมีการสอน ฝึกพฤติกรรมการเล่นให้เกิดความปลอดภัย

 

 

สามารถรับชมทางยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/8XXzfECbam0

+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ