04 ส.ค. 2563
526 ครั้ง

เหนือ-อีสาน อ่วมพิษซินลากู ล่าสุดอ่อนกำลังลง แต่ยังเตือนน้ำป่า

ผลกระทบจากพายุซินลากู ทำให้หลายจังหวัดจมอยู่ใต้บาดาล และประสบกับอุทกภัย อย่างะเช่นลำปางเมื่อวานนี้ (3 ก.ค. 63) ระดับบริเวณสะพานข้ามแม่น้ำวัง ในพื้นที่อ.วังเหนือ เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปภ.ลำปาง ต้องประกาศเตือนประชาชนเฝ้าระวังเหตุฉุกเฉินจากน้ำป่าต่อไปอีกระยะ ซึ่งเป็นผลมาจากฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่องใน 5 ตำบล ของอ.วังเหนือ ซึ่งกำลังจมอยู่ใต้บาดาลสูงกว่า 1 เมตร โดยท่วมติดต่อกันมา 2 วันแล้ว
 
 
ขณะที่เชียงใหม่ น้ำป่าพัดสะพานข้ามถนนทางหลวงสาย 118 เชียงใหม่-เชียงราย ขาด หลายจุด ตั้งแต่เมื่อวานนี้ ล่าสุดยังไม่สามารถสัญจรไปมาได้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดูแลอำนวยความสะดวกประชาชนที่ติดค้างอยู่ระหว่างกลางสะพานเกือบ 300 ชีวิต
 
 
พลตรีสืบสกุล บัวระวงศ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 33 ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดที่น้ำป่าพัดสะพานข้ามถนนทางหลวงสาย 118 เชียงใหม่-เชียงราย ในพื้นที่บ้านแม่หวาน ตำบลป่าเมี่ยง อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ ขาด ซึ่งพบว่าล่าสุดยังไม่สามารถเปิดเส้นทางให้สัญจรไปมาได้ เนื่องจากยังคงมีน้ำป่าไหลหลากอย่างรุนแรง และฝนตกหนักในพื้นที่ จึงยังไม่สามารถซ่อมแซมใดๆ ได้ โดยมีกำลังพลจากกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 7 กองพลทหารราบที่ 7 ร่วมกับเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแม่ตะไคร้ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ช่วยกันลำเลียงข้าวกล่องไปแจกจ่ายให้กับผู้ประสบภัยที่ติดอยู่ตรงกลาง ซึ่งในฝั่งบ้านแม่หวาน มีคนติดค้างอยู่ประมาณ 70 คน ส่วนฝั่งวัดพระบาทปางแฟนอีกประมาณ 200 คน แต่เนื่องจากสะพานถูกตัดขาดและกระแสน้ำไหลเชี่ยว จึงต้องนำอาหารกล่องใส่ถุงลำเลียงข้ามลำน้ำไปด้วยความยากลำบาก
 
 
ด้านนายเอกนรินทร์ จินทะวงค์ ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงเชียงใหม่ที่ 2 เปิดเผยว่า ในส่วนของการซ่อมแซมเส้นทางนั้น เส้นทางด้านวัดพระบาทปางแฟน ได้ทำทางเลี่ยงมาลงที่สามแยกโป่งกุ่ม ประชาชนจึงทยอยขับรถออกไปตั้งแต่ช่วงเช้า คาดว่าสามารถจะออกไปได้ทั้งหมดในวันนี้ ส่วนที่บ้านแม่หวาน ได้ประสานขอสะพานแบรี่มาจากจังหวัดพิจิตร ซึ่งจะเดินทางมาถึงวันพรุ่งนี้และจะเริ่มดำเนินการติดตั้งทันที คาดว่าเร็วที่สุดจะเสร็จสิ้นในช่วงเย็น โดยน้ำป่าครั้งนี้ถือว่ารุนแรงกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา 
 
 
ทำให้ทางเบี่ยงขาดทั้งหมด 6 จุด สามารถซ่อมแซมไปได้แล้ว 3 จุด เหลือแค่เพียงจุดใหญ่ๆ ซ่อมแซมได้ยาก ทั้งนี้มีประชาชนบางส่วนที่ต้องการเดินทางกลับบ้านก่อน โดยสมัครใจที่จะจอดรถทิ้งไว้และให้ญาติพี่น้องมารับกลับ ทางอุทยานแห่งชาติแม่ตะไคร้ได้จัดที่จอดรถไว้ให้ พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ร่วมกับกำลังทหาร พาประชาชนเดินลัดเลาะเขา ซึ่งเป็นเส้นทางธรรมชาติออกมา เป็นระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 20 – 30 นาที
 
ส่วนที่เชียงราย นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย นำเจ้าหน้าที่ลงสำรวจความเสียหายจากเหตุอุทกภัยพื้นที่ อ.เวียงเป่าเป้า จ.เชียงราย ซึ่งเป็นผลทำให้ถนนหมายเลข 118 ทำให้ทางจังหวัดได้ตั้งศูนย์อำนวยการตามจุดต่างๆ เพื่อช่วยเหลือประชาชนเรื่องที่พัก อาหาร น้ำดื่ม และเก็บข้าวของไปไว้ในที่ปลอดภัยจนกว่าสถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติ ขณะที่บนถนนบริเวณด้านหน้าที่ว่าการ อ.เวียงเป่าเป้า ระยะทางประมาณ 100 เมตรถูกน้ำท่วมลึกจนรถสัญจรผ่านไปมาไม่ได้นั้นล่าสุดรถขนาดใหญ่สัญจรไปมาได้แล้วแต่ยังคงต้องใช้ความระมัดระวัง
 
ขณะที่เพชรบูรณ์ น้ำจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ ไหลหลากสู่ลำน้ำเข็ก ซึ่งเป็นต้นน้ำแม่น้ำวังทอง ในพื้นที่ อ.วังทอง จ.พิษณุโลก ทำให้น้ำในลำน้ำเข็กไหลแรง และเชี่ยวกราก เป็นสีน้ำตาลขณะ ตามน้ำตกต่างๆของลำน้ำเข็ก ไม่ว่าจะเป็นน้ำตกปอย น้ำตกแก่งซอง น้ำตกสกุโณทยาน ไหลแรงมาก ทางจังหวัดพิษณุโลก ได้ประกาศเตือนห้ามลงเล่นน้ำตกทุกแห่งที่อยู่ตามลำน้ำเข็ก โดยเฉพาะที่น้ำตกปอย ปริมาณน้ำขึ้นข้างสูง และเชี่ยวกราก ตั้งแต่เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา แต่ช่วงบ่ายปริมาณน้ำเริ่มลดลง ส่วนในการล่องแก่งลำน้ำเข็ก ในช่วงนี้ต้องเช็คมวลน้ำวันต่อวัน
 
 
สถานการณ์ระดับน้ำในแม่น้ำวังทอง หรือ ลำน้ำเข็ก จังหวัดพิษณุโลก ในช่วงบ่าย ยังถือว่าอยู่ในระดับปกติ โดยระดับน้ำอยู่ที่ 2.30 เมตร โดยระดับวิกฤตอยู่ที่ 3.80 เมตร ซึ่งระดับน้ำลดลงกว่าในช่วงเช้าที่ผ่านมา 5 เซนติเมตร และมีแนวโน้มว่าจะลดลงอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากยังมีฝนตกอยู่ในหลายพื้นที่ ซึ่งอิทธิพลของพายุดีเปรสชัน ซินลากู ครั้งนี้ ยังไม่ส่งผลกระทบต่อแม่น้ำวังทองมากนัก แต่ถ้ามีฝนตกลงมาอีกติดต่อกัน ก็อาจท่วมในพื้นที่ลุ่มต่ำเหมือนทุกปีที่ผ่านมาได้
 
เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพิษณุโลก ยังต้องมีการเฝ้าระวัง หากมีฝนตกเพิ่มมากขึ้นต่อเนื่อง อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันได้ ชาวบ้านในพื้นที่ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
 
 
นอกจากนี้พล.ท.ฉลองชัย ชัยยะคำ แม่ทัพภาคที่ 3 ได้สั่งการให้ พล.ต.ทวีศักดิ์ วงศ์ทวีทรัพย์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 39 นำกำลังพลไปร่วมค้นหา ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านลาคคื้อ ที่บ้านลาดคื้อหมู่ 5 ต.ห้วยเฮี้ย อ.นครไทย จ.พิษณุโลก หลังถูกน้ำป่าลำน้ำคาน พัดหายไปตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา โดยให้การสนับสนุนยุทโธปกรณ์การค้นหา และส่งกำลังพลทหารลงพื้นที่ค้นกับชุดในพื้นที่กับชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ ปภ.เจ้าหน้าที่กู้ภัย เบื้องต้นทราบว่า นายนพดล แสนขวา อายุ 53 ปี ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านห้วยเฮี้ยหมู่ 3 ตำบลห้วยเฮี้ย อ.นครไทย ได้เมื่อช่วงเย็นเวลาประมาณ 18.00 น. ของวันที่ 2 สิงหาคมที่ผ่านมา
 
 
นายนพดล แสนขวา อายุ 56 ปี ผอ. โรงเรียนบ้านห้วยเฮี้ยพร้อมกับนายขวัญฟ้า เหมหลุด อายุ 40 ปีซึ่งเป็นชาวบ้านในบ้านลาดคื้อ โดยได้พากันไปออกหาปลาในลำน้ำคาน ห่างจากหมู่บ้านประมาณ 4 กิโลเมตร ปรากฏว่าในพื้นที่มีฝนตกและกระแสน้ำไหลอย่างรุนแรงส่งผลให้น้ำได้พัดทั้งสองคนลอยไปกับกระแสน้ำชาวบ้าน ส่วนชาวบ้านที่ไปด้วยสามารถขึ้นมาบนฝั่งได้รอดชีวิตมาได้ ส่วน ผอ.ยังหายตัวไม่พบ หลังลอยไปกับกระแสน้ำ หลังจากทราบข่าวจากชาวบ้านที่เดินไปด้วย ได้แจ้งผู้ใหญ่บ้านให้ทราบจึงมีการระดมการค้นหาในช่วงเมื่อคืนที่ผ่านมา แต่ยังไม่พบตัว ผอ. กระทั่งเช้าวันนี้ได้เริ่มค้นหาอีกครั้ง แต่พบเพียงถุงมือและย่ามของ ผอ.ติดอยู่กับกิ่งไม้ห่างจากจุดที่ค้นหาประมาณ 2 กิโลเมตร
 
 
ต่อมา พล.ต.ทวีศักดิ์ วงศ์ทวีทรัพย์ ผบ.มทบ. 39 ได้รายงานให้แม่ทัพภาคที่ 3 ทราบ พร้อมขอการสนับสนุนเฮลิคอปเตอร์ 1 ลำ โดย ผบ.มทบ.39 ได้ขึ้นบินสำรวจตามเส้นทางลำน้ำคาน กระทั่งพบร่างของผอ.โรงเรียนบ้านลาดคื้อ เสียชีวิตอยู่ติดอยู่กับต้นไม้ภายในลำน้ำคาน สภาพไม่สวมเสื้อ ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 3 กิโลเมตร หลังจากนั้น ผบ.มทบ.39 ได้จัดชุดเดินเท้าเข้าพื้นที่ และชุดรถมอเตอร์ไซด์วิบาก เพื่อเร่งนำศพ ผู้อำนวยการโรงเรียนขึ้นมา และส่งศพไปที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชนครไทย ก่อนที่จะส่งให้ญาติดำเนินการตามประเพณีต่อไป
 
 
ขณะที่จ.เลย พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เดินทางถึงทางอากาศยานเลย จังหวัดเลย โดยมีนายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ ให้การต้อนรับ พร้อมทั้งบรรยายสรุปสถาการณ์ การเกิดอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดเลย หลังจากนั้นได้เดินทางไปตำบลน้ำสวย อ.เมือง จ.เลย โดยได้ตรวจเยี่ยมราษฎรหมู่ที่ 9 บ้านสูบ ที่ได้ประสบอุทกภัย พร้อมได้มอบสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย จำนวน 300 ชุด ต่อจากนั้นได้เดินทางให้กำลังผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 1 ต.น้ำสวย พร้อมกับเยี่ยมผู้ป่วยติดเตียง บ้านสูบหมู่ที่ 9 และหมู่ที่ 1 บ้านน้ำสวย และได้ตรวจเยี่ยมครัวพระราชทาน
 
 
พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา ได้เผยว่า ในอันดับแรกเลยที่มีพายุเข้ามา ในประเทศไทยที่ได้รับผลกระทบมีประมาณ 10 กว่าจังหวัด แต่ในส่วนจังหวัดเลยถือว่าหนักสุด และมีผลกระทบกับประชาชนที่มีผลข้างต้น ประมาณ 800 กว่า หลังคาเรือน หรืออาจจะมากกว่านี้ซึ่งอยู่ระหว่างการสำรวจ ท่านนายกรัฐมนตรีได้ให้ผม และปลัด ผู้ว่าราชการ ลงมาดูแลพี่น้องประชาชน ในขั้นต้นเป็นเรื่องที่จะเริ่มต้นที่จะปฎิบัติการกับสถานการณ์ ซึ่งจะมีการดูแลพี่น้องประชาชน เช่น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ท่านได้พระราชทานโรงครัวมาให้ ทั้งเรื่องของการกินอยู่ เรื่องน้ำดื่ม พร้อมกับเรื่องความปลอดภัย ทั้งไฟฟ้า ให้ช่วยประชาชนในเบื้องต้นไปก่อน
 
 
ในตอนนี้น้ำได้ลดแล้ว ต่อจากนี้ไปต้องเป็นเรื่องของการสำรวจ และเร่งฟื้นฟู เพราะพบว่ามีความเสียหายไม่น้อยเลยเยอะมาก รวมทั้งการซ่อมแซมบ้านเรือนพี่น้องประชาชน โดยจะได้แบ่งฝ่ายกันดูแล ทั้งในส่วนของทหาร ตำรวจ รวมทั้งฝ่ายปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้งของอาชีวะที่จะมาช่วยกันซ่อมรวมทั้งภาคประชาชนด้วย โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ท่านพระราชทานพระราโชบายว่า ต้องเร่งรีบในการดูแลพี่น้องประชาชน ให้ดำเนินชีวิตตามปกติได้
 
 
ในส่วนการใช้งบราชการจะมีของใช้ เช่นที่นอน หมอน มุ้ง โดยจะได้เร่งดำเนินการให้ แต่เรื่องของที่ทำกินมีแต่ได้พบว่า มีความเสียหายจำนวนไม่มาก แต่ที่เสียหายมากจะเป็นเรื่องที่อยู่อาศัย มาวันนี้เป็นการมาให้กำลังในประชาชนและให้กำลังใจกับเจ้าหน้าที่ และมาวันนี้จะเห็นว่าป่าไม้ได้ถูกทำลายไป การตัดไม่ทำลายป่า ในพื้นที่ ซึ่งคาดการตัดไม้ทำลายป่าว่ามีมานานแล้ว แต่ต้องยอมรับว่า การตัดไม้ทำลายป่ามีผลกับน้ำท่วมอย่างแน่นอน รัฐบาลเองก็มีนโยบายอย่างแน่ชัดในเรื่องท้วงคืนผืนป่า และสิ่งที่สำคัญในวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในปีนี้ได้มีพระราชทานให้มีการปลูกป่าทุกจังหวัด และจะไม่เหมือนปลูกป่าที่ผ่านมาจะไม่เน้นจำนวนแต่จะปลูกแล้วต้องดูแลให้เกิดป่ามาให้ได้ พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา กล่าว
 
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สรุปผลกระทบจากพายุซินลากู ทำให้เกิดฝนตกหนักน้ำท่วมฉับพลันน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมรุนแรงซึ่งมีผลถึงเมื่อวานนี้ (3 ก.ค. 63) แต่ยังได้รับผลกระทบอยู่อีกต่อเนื่อง 10 จังหวัด 23 อำเภอ ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,399  ครัวเรือน 
 
ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศพายุซินลากู ฉบับ 12 อ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำ จ่อเคลื่อนตัวเข้าเมียนมา เประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังแรง ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ภาคใต้คลื่นสูง
 
 
 
รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/kmWpivpH2yk
+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ