04 ส.ค. 2563
799 ครั้ง

ผ่าศพ 'จารุชาติ' รอบ 2 ผลเหมือนรอบแรก ตายจากอุบัติเหตุ ไม่ได้ถูกยิง เปิดคลิปเมาคุยกอดคอก่อนขี่ จยย.

แถลงผลผ่าชันสูตรศพรอบสอง นายจารุชาติ มาดทอง พยานปากสำคัญคดี บอส อยู่วิทยา บาดแผลบ่งชี้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ ด้านตำรวจยังเชื่อเป็นอุบัติเหตุ เร่งตามหาบุคคลปริศนาโทรหาครอบครัวนายจารุชาติ และนำสิ่งของมาให้ที่โรงพยาบาล

 

ความคืบหน้าการเสียชีวิตของ นายจารุชาติ มาดทอง พยานปากสำคัญในคดี บอส วรยุทธ อยู่วิทยา ที่เป็นพยานสำคัญในการระบุเรื่องความเร็วรถ จนทำให้นายวรยุทธ หลุดข้อหาขับรถชนคนตาย ซึ่งการเสียชีวิตของนายจารุชาติ เป็นที่สงสัยของสังคม ทำให้ตำรวจขออายัดศพ เพื่อชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้ง

 

เมื่อวานนี้ (3 ส.ค.) คณะแพทย์โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ พร้อมด้วยตำรวจ ได้แถลงรายละเอียดผลการชันสูตรศพ นายจารุชาติ มาดทอง ครั้งที่สอง เปิดเผยว่า การชันสูตรศพรอบสอง ผลเหมือนกับรอบแรก สรุปการเสียชีวิตของผู้ตายมีการถลอกด้านซ้ายของศีรษะ บ่าซ้าย ลักษณะแผลเป็นรอยครูดขนาดใหญ่ ซึ่งทำให้มีเลือดออกที่บริเวณก้านสมอง ซึ่งนี่เป็นจุดสำคัญที่ทำให้เสียชีวิต

 

และพบว่ามีกระดูกซี่โครงซ้ายด้านหลังหัก 1 ซี่ และซี่โครงด้านหน้าร้าวหลังเสียชีวิต น่าจะเกิดจากการปั๊มหัวใจ บริเวณช่องท้องมีเลือดออก 1,500 ซีซี ม้ามแตก พบปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือด 218 มิลลิกรัมเปอร์เซนต์

 

จากการสแกนร่างกายทั้งหมดไม่พบร่องรอยของโลหะหรือหัวกระสุน ไม่มีบาดแผลอื่นใด รอยยิงหรือร่องรอยการทำร้าย ซึ่งบาดแผลของนายจารุชาติ สามารถทำให้เกิดการบาดเจ็บและเสียชีวิตได้ การที่มีบาดแผลเพียงเท่านี้ทำให้เลือดออกในก้านสมองนั้น เกิดขึ้นได้ เพราะแรงเหวี่ยงและการสะบัด ซึ่งไม่จำเป็นว่าจะต้องกระแทกแรง การสะบัดเบา ๆ แต่มีแรงเหวี่ยงร่วมด้วย ก็ทำให้เกิดการเสียชีวิตได้

 

ประกอบกับตามทฤษฏี พบว่าผู้ตายมีแอลกอฮอล์ในเลือดกว่า 218 มิลลิกรัมเปอร์เซนต์ ทำให้ร่างกายขาดการควบคุม พอเกิดการกระแทกจากอุบัติเหตุ ปฏิกิริยาของกล้ามเนื้อเสียไปเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ ทำให้เกิดการสะบัด ระหว่างล้ม ทำให้เกิดการปริแตกของเส้นเลือดในก้านสมอง ทำให้เสียชีวิตได้ ซึ่งเราได้ทำการผ่าตรวจพิสูจน์ทุกจุดหมดแล้ว ไม่มีอะไรน่าสงสัย ส่วนการตรวจสารพิษอื่น ๆ ในร่างกาย กำลังรอผลแลป

 

ในส่วนของการสอบสวนนั้น พล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันตสิน ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า ในคดีนี้จากพยานหลักฐาน จากกล้องวงจรปิด รวมถึงพยานบุคคล เบื้องต้นตอนนี้สรุปได้ว่าเป็นอุบัติเหตุ

 

โดยเริ่มต้นทั้งสองไปนั่งดื่มสุราที่ร้านขายสุรา ทั้งสองไม่ได้มาพร้อมกันแต่นายสมชาย ตาวิโน มาก่อน และนั่งข้างใน นายจารุชาติ มาที่หลังนั่งหน้าร้าน และนั่งคนละโต๊ะ พอร้านปิดนายสมชายมาเจอนายจารุชาติ นั่งคนเดียวหน้าร้าน จึงชวนนายจารุชาติที่เพิ่งรู้จักกันคุย ตามประสาคนเมา โดยมีการพุดคุยกัน กอดคอกัน ก่อนจะขับรถจยย.ออกไป ซึ่งตรงนี้มีพยานกล้องวงจรปิด และพยานบุคคลภายในร้าน ซึ่งทั้งคู่คุยกันถูกคอ ก็มีการชวนกันไปเที่ยว

 

และจากวงจรปิดตลอดเส้นทางที่ทั้งสองขับรถตามกัน ไม่มีคนอื่นใดขับรถนำหน้า หรือตามหลัง จนหลังเกิดเหตุก็มีกู้ภัยและพลเมืองดีมาช่วย ซึ่งสอบปากคำทุกคนไว้หมดแล้ว การสรุปเบื้องต้นคดีนี้น่าจะเป็นอุบัติเหตุ 

 

ส่วนกรณีที่มีชายปริศนาโทรหาพ่อนายจารุชาติ ในช่วงเวลาประมาณ 4 นาฬิกาคืนวันเกิดเหตุ จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่รู้ว่าชายคนนี้คือใคร แต่คนที่โทรแจ้งว่าผู้ตายประสบเหตุคือพยาบาล และตอนนี้กำลังตรวจสอบรายละเอียดในโทรศัพท์ผู้ตายและโทรศัพท์ของแม่ ที่มีชายปริศนาโทรแจ้งพ่อผู้ตาย 

 

ส่วนบุคคลปริศนาที่นำสิ่งของผู้ตายมาให้ที่โรงพยาบาล ก็ยังไม่พบ ตำรวจจะตรวจสอบอย่างละเอียด ซึ่งขอเวลาให้ตำรวจดำเนินการก่อน พล.ต.ต.พิเชษฐ ยืนยันว่า พ่อแม่ผู้ตายไม่ได้แจ้งกับตำรวจ แต่ผู้สื่อข่าวยืนยันว่า พ่อของผู้ตายเป็นคนแจ้งข้อมูลส่วนนี้ ซึ่งประเด็นนี้จะเร่งสอบสวน เพื่อจะได้ชี้แจ้งทุกประเด็น

ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/cU9UEppUr58

 

+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ