04 ส.ค. 2563
1,239 ครั้ง

ทนายตระกูลอยู่วิทยา ไล่เรียงการต่อสู้คดี 'บอส วรยุทธ'

วานนี้ (3 ส.ค.) นายสมัคร เชาวภานันท์ ทนายความประจำครอบครัวนายเฉลิม อยู่วิทยา ได้ออกมาไล่เลียงการต่อสู้คดี บอส วรยุทธ อยู่วิทยา ช่วงหนึ่งยืนยัน พยานที่อยู่ในสำนวน 2 ราย มีมาตั้งแต่ต้น ไม่ใช่นำเข้ามาภายหลัง

 

โดยกรณีของนายจารุชาติ พยานที่ขับรถกระบะเป็นพยานฝ่ายตำรวจ ที่เข้าให้ปากคำแก่เจ้าหน้าที่หลังเกิดเหตุครั้งแรก และให้ปากคำเพิ่มเติมอีกครั้งราวปี 2560 หรือปี 2561 เป็นครั้งที่สอง หลังจากที่ทนายความของนายวรยุทธร้องขอให้ตามตัวมาให้ปากคำเพิ่มเติม

 

ส่วนเหตุผลที่ใช้เวลานาน จากปี 2555 ในครั้งแรก ห่างจากครั้งที่สองถึง 5 ปี เพราะร้องขอไปทางตำรวจให้ดำเนินการ ตอนแรกไม่สามารถตามตัวได้ แต่ภายหลังสามารถตามตัวได้ จึงเข้าสู่การให้ปากคำเพิ่มเติม

 

นายสมัคร กล่าวอีกว่า สำหรับข้อสงสัยว่ามีการใช้กลไก กมธ.กฎหมาย สนช. เข้าไปมีผลต่อคดี ขอยืนยันว่าหลังการปฏิวัติเมื่อปี 2557 ตนไม่เคยเข้าไปยุ่งเกี่ยวในสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ไม่เคยเข้าเป็นที่ปรึกษาของ กมธ.คณะใด การยื่นเรื่องร้องขอความเป็นธรรมให้กับนายวรยุทธ โดยมีนายธนิต บัวเขียว ทนายความ เป็นผู้นำยื่นนั้น ตนรับทราบและให้ได้คำปรึกษา

 

สำหรับเป้าหมายการยื่นขอความเป็นธรรมครั้งนั้น เนื่องจากอัยการที่ทำคดีจะยื่นฟ้องคดีโดยใช้ความเร็วรถที่ 177 กม./ชม. ทั้งที่มีข้อมูลระบุถึงอัตราความเร็วรถนั้นไม่เกิน 80 กม./ชม. จึงต้องร้องขอความเป็นธรรม และการพิจารณาของ กมธ. ทราบเพียงว่าเชิญ ดร.สายประสิทธิ์ เกิดนิยม อาจารย์ประจำ และหัวหน้าศูนย์วิจัยเฉพาะทางวิศวกรรมการประเมินและความปลอดภัยยานยนต์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ มาให้ข้อมูลเรื่องของความเร็วเท่านั้น

 

นายสมัคร กล่าวถึงเรื่องการตายของนายจารุชาติ ว่า การตายของนายจารุชาติ ผมว่ามีพิรุธ แต่เมื่อเขาเสียชีวิตแล้ว ในทางคดีสามารถนำข้อมูลที่เขาเบิกความในชั้นสอบสวนต่อสู้ต่อไปได้ อย่างไรก็ดีในคดีนี้มีพยาน 2 คนนั้น ผมยืนยันว่าเขาทั้งคู่ไม่รู้จักกันมาก่อน โดยกรณีของ พล.อ.ท.จักรกฤช ถนอมกุลบุตร อดีตนายทหารนั้น ยอมรับว่าทราบภายหลังเกิดเหตุว่าเป็นผู้ที่เห็นเหตุการณ์อีกคน เพราะมีคนสนิทของนายเฉลิม รับทราบจากการพูดคุยในวงสนทนาในงานเลี้ยงหนึ่ง จากนั้นได้ร้องขอให้มาเป็นพยานให้

 

ส่วนกรณีที่คดีนี้ในภาพรวมใช้เวลานานและกว่าจะทราบผลช้า เพราะมีการร้องขอความเป็นธรรมประมาณ 7-8 ครั้ง และการร้องขอความเป็นธรรมเฉพาะการยื่นเรื่องไปอัยการสูงสุด และตำรวจนั้น กินเวลาอย่างน้อย 5 เดือน อย่างไรก็ตามในการสรุปสำนวนของคดี ไม่ทราบว่าตำรวจตั้งข้อหาว่านายวรยุทธฆ่าคนตาย เพราะรูปคดีไม่เป็นเช่นนั้น แต่หากผลสอบยืนยันว่าผิดจริง พร้อมจะชดใช้

 

รายละเอียดของคดีนั้นเป็นความลับของคู่ความ โดยมารยาทและจริยธรรมของทนายความนั้น ไม่สามารถพูดได้หากไม่ได้รับอนุญาตจากทางครอบครัว ซึ่งผมอึดอัดมาก อยากพูดให้สังคมรับรู้ข้อเท็จจริง เพราะขณะนี้กระแสสังคมวิจารณ์ไปในทางที่วิจารณ์ด่าทอ มากกว่าพูดถึงข้อเท็จจริงของคดี อย่างไรก็ตาม ผมทราบว่าประเด็นที่เกิดขึ้นนั้น ทางครอบครัวเตรียมทำแถลงการณ์เพื่อชี้แจงรายละเอียดกับสังคม ส่วนจะเป็นเมื่อใดนั้นขอให้ติดตามอีกครั้ง

 

นอกจากนี้ จากการตรวจสอบที่เว็บไซต์สภาวิศวกร พบว่าการเป็นสมาชิกสามัญของสภาวิศวกร ของ ดร.สายประสิทธิ์ หมดอายุไปตั้งแต่วันที่ 17 ธันวาคม 2559 สถานภาพใบอนุญาตคือไม่มี ทำให้เกิดคำถามว่า อาจเข้าข่ายประพฤติผิดจรรยาบรรณวิศวกรหรือไม่ เพราะใบอนุญาตหมดอายุ แต่ยังไปทำงานวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม ในการตรวจสอบให้ความเห็นต่อสาธารณะ

ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/_jb6tk74Ghw

 

+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ