10 ก.ย. 2563
5,855 ครั้ง

รู้หรือไม่ การใช้เหรียญชำระหนี้ ต้องไม่เกินจำนวนที่กม.กำหนด หอบเหรียญฝากธนาคาร ต้องเสียค่าธรรมเนียม

ช่วงเศรษฐกิจฝืดเคือง เงินขาดสภาพคล่อง บางคนถูกลดเงินเดือน ซ้ำร้ายไปกว่านั้นคือต้องตกงาน ทำให้ต้องเอาเงินเก็บมาใช้จ่าย หนึ่งในนั้นคือกระปุกออมสิน ที่เคยเก็บหอมรอมริบเศษเงินไว้ ต้องถูกนำมาเป็นตัวช่วยต่อลมหายใจในยุคโควิด 
 
แต่การจะนำเหรียญออกมาใช้จ่ายนั้น ไม่ใช่จะใช้จ่ายได้ตามใจ จะเอาเหรียญบาทล้วนๆไปซื้อของพันบาท แบบนี้ทำไม่ได้ เพราะมีข้อกำหนดทางกฎหมาย ที่จะบอกเกณฑ์ของเหรียญแต่ละชนิดในการใช้ชำระหนี้ ซึ่งมีอะไรบ้างนั้น เรามาดูกัน 
 
-เหรียญ 25 หรือเหรียญ 50 สตางค์ ชำระหนี้ได้ครั้งละไม่เกิน 10 บาท (จ่ายรวมได้ทั้ง 2 เหรียญ)
-เหรียญ 1 บาท ชำระหนี้ได้ครั้งละไม่เกิน 500 บาท
-เหรียญ 2 บาท ชำระหนี้ได้ครั้งละไม่เกิน 500 บาท 
-เหรียญ 5 บาท ชำระหนี้ได้ครั้งละไม่เกิน 500 บาท 
-เหรียญ 10 บาท ชำระหนี้ได้ครั้งละไม่เกิน 1,000 บาท 
 
ซึ่งการที่มีกฎหมายกำหนดเช่นนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้มีการกลั่นแกล้ง เช่น ขนเหรียญไปจ่ายค่าปรับ จ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ จ่ายเจ้าหนี้ สมมติว่าเป็นหนี้ 5,000 บาท แล้วจะเอาเหรียญบาทไปใช้ทั้ง 5,000 เหรียญ แบบนี้ทำไม่ได้แน่ๆ และอาจเกิดการทะเลาะวิวาทบานปลายตามมา เพราะการชำระหนี้ หรือจ่ายค่าสินค้าที่มีราคาค่อนข้างสูง เราก็มักนิยมใช้ธนบัตรมากกว่า
 
ทีนี้มาอีกมุม ถ้าเราไม่แคะกระปุกเอาเหรียญมาใช้จ่าย แต่จะนำไปฝากธนาคารบ้างล่ะ ธนาคารจะมีหลักเกณฑ์คิดค่านับเหรียญของเราอย่างไรบ้าง ซึ่งจะแตกต่างกันไปแต่ละธนาคาร ยกตัวอย่างเช่น 
 
-ธนาคารออมสิน ฝากฟรีไม่เกิน 3,000 บาท ถ้าเกินคิดค่าธรรมเนียม 1% 
 
-ธนาคารกรุงเทพ และธนาคกรุงไทย ฝากฟรีไม่เกิน 2,000 บาท ถ้าเกินคิดค่าธรรมเนียม 1%,
 
-ธนาคารกสิกรไทย ฝากฟรีไม่เกิน 500 เหรียญ ถ้าเกินคิดค่าธรรมเนียม 1% 
 
-ธนาคารไทยพาณิชย์ มีเครื่องฝากเหรียญอัตโนมัติในบางสาขา ฝากได้ 5,000 บาท/ครั้ง/วัน หากมากกว่านั้นต้องฝากที่เคาน์เตอร์ หากฝากเงินตั้งแต่ 200 เหรียญขึ้นไป คิดค่าธรรมเนียม 2% 
 
-ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ฝากฟรีไม่เกิน 100 เหรียญ ถ้าเกินจะคิดค่าธรรมเนียม 2%
 
ซึ่งการที่ธนาคารต้องคิดค่าธรรมเนียม ก็เพราะยังต้องแบกรับภาระจัดการเหรียญ ทั้งการจัดเก็บและขนส่งเหรียญ ที่แตกต่างจากธนบัตร ทั้งนี้เราต้องคัดแยะเหรียญแต่ละประเภทใส่ถุงในจำนวนหลักร้อย เช่น เหรียญ 1 บาทถุงละ 100 เหรียญ เพื่อความสะดวกยิ่งขึ้นในการนับ
แต่ก็มีอีกวิธีหนึ่ง สะดวก ง่าย ใกล้ตัว เพราะร้านสะดวกซื้อ หรือร้านค้าใกล้บ้าน ก็เปิดให้ลูกค้าเอาเหรียญต่างๆ รวมทั้งเศษสตางค์ มาแลกเป็นธนบัตรโดยไม่คิดค่าบริการในการนับแลกเหรียญ เพราะร้านเหล่านี้ต้องใช้เหรียญเพื่อทอนเงินให้ลูกค้าจำนวนมาก นี่ก็เป็นทางเลือกที่สะดวกโดยที่เราไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมให้ธนาคาร 
 
ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/IUoeV_zTMSw
+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ