12 ก.ย. 2563
686 ครั้ง

6 วันยังจับไม่ได้! ‘หมีควาย’ ขอนแก่น ยังซ่อนตัวในป่า จนท.ระดมกำลังเข้มเร่งตามล่า

‘หมีควาย’ ยังซ่อนตัวในป่าทึบ ต.บริบูรณ์ อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น จนท.เดินเท้าสำรวจพบร่องรอยการนอนวางกรงล้อมจับ หลังชาวบ้านแจ้งได้ยินหมีร้องคำราม คาดไม่ใช่หมีป่าอาจหลุดจากกรง ด้านกรมอุทยานฯ นำสุนัขมาดมกลิ่น ติดกล้องคาเมร่าแท็ปติดตามความเคลื่อนไหว ชาวบ้าน ชี้ ในพื้นที่มีกลุ่มค้าสัตว์ป่าและไม้เถื่อนข้ามชาติเคยถูก ตร.จับตรวจค้นบ้านเจออุ้งตีนหมี เกล็ดลิ่น
 
 
 เจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ยังคงติดตามจับหมีควาย ภายหลังจากที่ชาวบ้าน ต.บริบูรณ์ อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น พบหมีควายเดินหาอาหารในไร่อ้อย เมื่อคืนวันที่ 6 กันยายน ที่ผ่านมา และทำร้ายชาวบ้านบาดเจ็บ 5 คน ซึ่งยังไม่สามารถจับหมีตัวดังกล่าวได้
 
เมื่อวานนี้ (11 ก.ย.) เจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ เข้าตรวจสอบกรงดักสัตว์ที่ได้นำไปวางไว้ในจุดที่คาดว่าหมีควายจะเข้ามาหาอาหาร หลังจากก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ตรวจพบมูลของหมี ที่ถ่ายทิ้งไว้ในป่ามีขนาดเท่ากำปั้น ซึ่งต่างจากในวันแรกที่มีขนาดใหญ่ สันนิษฐานว่าหมีควายน่าจะมีความเครียดไม่ได้กินอาหาร จึงได้นำแตงโมใส่ไว้ในกรงดักสัตว์ที่ออกไปวางไว้ในจุดต่าง ๆ 
 
หลังจากเข้าไปตรวจสอบไม่พบร่องรอยของมีควายในจุดที่มีการนำกรงดักสัตว์วางไว้ ขณะที่นายบัณฑิต ไม้เวียง อายุ38 ปี เจ้าของฟาร์มโคเวียงศิริฟาร์ม บ้านดงลาน ต.ดงลาน อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น เผยว่าในช่วงเช้าประมาณ 6.00 น. ตนได้ออกจากฟาร์มวัวเพื่อไปตรวจน้ำในนาข้าวที่อยู่ทางด้านทิศเหนือของฟาร์ม ในพื้นที่ 110 ไร่ ห่างจากหมู่บ้านประมาณ 1 กิโลเมตร หลังจากที่เดินดูน้ำในแปลงข้าว ได้สักพักได้ยินเสียงคำรามคล้ายเสียงหมี ดังขึ้นห่างไปทางด้านทิศตะวันตกประมาณ 100 เมตร ได้ยินอย่างชัดเจน จึงได้หันไปมอง แต่ก็ไม่ได้ยินเสียงอีกเลยด้วยความกลัว
 
ด้วยความไม่ประมาทตนได้พกอาวุธปืนติดตัวประจำในช่วงที่อยู่ที่ฟาร์ม แต่ก็พยายามจะฟังเสียงร้องอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจแต่ก็ไม่ได้ยินเสียง ซึ่งคาดว่าเป็นหมีอย่างแน่นอน ตนอยู่ในที่แจ้ง หมีอยู่ในที่ลับตา ตนจึงเลี่ยงหลบตามพุ่มไม้แล้วขึ้นรถไถที่ขับลงมาดูน้ำนาขึ้นไปยังที่พักภายในฟาร์ม 
 
เมื่อถึงที่พัก ได้เปิดเช็คเสียงของหมีควายทางยูทูปในโทรศัพท์มือถือ ทำให้แน่ใจว่าเสียงที่ได้ยินนั้นเป็นเสียงของหมีควาย จึงได้นำเรื่องไปแจ้งให้กับทางผู้ใหญ่บ้านทราบ พร้อมกับได้ไปเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้กับชุดปฏิบัติการไล่ล่าหมีควายที่อยู่ อบต.บริบูรณ์ ทราบ เพื่อจะได้ติดตามตัวของหมีตัวดังกล่าว
 
จากนั้นมีการจัดชุดปฏิบัติการออกพร้อมสัตว์แพทย์ยิงยาสลบออกเป็น 7 ชุด เข้าไปตรวจสอบพื้นที่เป้าหมายทางทิศใต้ของหมู่บ้านเทพชมพูใกล้กับคอกวัว โดยมีการประสานทีมโดรนบินตรวจสอบทางอากาศเพื่อความปลอดภัยด้วย แต่ก็ยังไม่มีความเคลื่อนไหวและไม่พบหมีควาย
 
ก่อนที่ชุดปฏิบัติการทั้งหมดจะกลับมาที่ อบต.บริบูรณ์ ซึ่งตั้งเป็นศูนย์บัญชาการในการปฏิบัติภารกิจจับหมีควายประชุมสรุปวางแผน /และลงพื้นเป้าหมายเดิมใกล้คอกวัวทางทิศใต้ของหมู่บ้านอีกครั้ง ซึ่งเป็นรอยต่อ ต.บริบูรณ์ กับต.ดงลาน เพื่อติดตามจับหมีควายตัวดังกล่าว โดยเจ้าหน้าพบร่องรอยการนอนหลายแห่งภายในป่าทึบ 
 
โดยเจ้าหน้าที่ใช้โดรนจับความร้อนบินสำรวจ  ก็ยังไปพบตัวหมี/ และใช้โดรนจับความร้อนไปบินสำรวจบริเวณสำนักสงฆ์ บ้านผาสวรรค์ ก็ไม่พบความเคลื่อนไหวใด ๆ/นอกจากนี้ได้นำกรงดักสัตว์ จำนวน 6 กรง ไปวางดักจับหมีในจุดเป้าหมายในป่าชุมชนบ้านเทพชมพู ซึ่งพบรอยนอนของหมีควาย
 
นายอนันต์ ปิ่นน้อย ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 8 (ขอนแก่น) ในฐานะผู้บัญชาการศูนย์บัญชาการจับหมีควายว่า ขณะนี้ ได้ประสานกับอธิบดีกรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธ์พืช เพื่อขอสนับสนุนสุนัขที่เชี่ยวชาญในการดมกลิ่นและติดตามสัตว์ป่า ซึ่งก็ได้รับคำตอบอนุมัติเป็นที่เรียบร้อยแล้วว่า อนุมัติให้เจ้าหน้าที่จากหน่วยปฏิบัติการพิเศษสายตรวจสุนัข กรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธ์พืช นำสุนัข 2 ตัว มาทำการดมกลิ่นจับกุมหมีควายตัวดังกล่าว
 
ในส่วนของการติดตามจับหมีควายนั้น ขณะนี้พบร่องรอยของหมีที่เดินผ่านและพบรังนอน พบมูล ของหมี ซึ่งมูลของหมีนั้นพบทั้งต้นบอล เมล็ดตะขบ และเปลือกหอย อยู่ในจุดที่เป็นป่าหนาม หนาทึบ ทางด้านทิศตะวันตกของป่าสาธารณะผาสวรรค์ 
 
และยังพบร่องรอยเท้า และที่นอนของหมีควายตัวดังกล่าว อยู่ในพุ่มไม้รกทึบ ที่ล้อมรอบด้วยต้นหนามงัวเลีย ซึ่งเป็นหนามที่หนา ยากต่อการเข้าไปถึง โดยไม่ห่างกันนั้นก็พบมูลหมียังสด ๆ ใหม่ ๆ จึงได้มีการวางแผนเพื่อที่จะทำการดักจับหมีควายตัวนี้เพื่อไม่ให้ไปรบกวนชาวบ้านซึ่งถือเป็นการพบความเคลื่อนไหวที่ดี 
 
โดยได้สั่งการให้ชุดปฏิบัติการและเจ้าหน้าที่ที่เชี่ยวชาญการทำงานจับสัตว์ป่าติดตามสัตว์ป่าในเวลากลางคืน ด้วยการขอรับการสนับสนุนกล้องคาเมร่าแท็ป จำนวน 4 ตัว จากอุทยานแห่งชาติภูกระดึง จ.เลย เพื่อนำไปติดตั้ง ตรวจจับความเคลื่อนไหวของหมีควายในบริเวณที่พบรังนอน และบริเวณที่คาดว่าหมีจะเดินผ่าน โดยสามารถตรวจสอบได้ทางโทรศัพท์มือถือ
 
“ขณะนี้ทำให้คณะทำงานทราบได้ว่าหมีควายตัวดังกล่าวนั้นยังอยู่ในพื้นที่ เพราะพบทั้งรังนอน พบทั้งมูลและเส้นทางของหมีที่เดินไปมาในการหาอาหารและลงเล่นน้ำในลำห้วยสาธารณะ ซึ่งอยู่ในพื้นที่ที่ไม่ห่างจากชุมชนและถ้าพบตัวก็สามารถยิงยาสลบใส่หมีได้ อีกทั้งยังได้นำกรงดักสัตว์ พร้อมอาหารซึ่งเป็นผลไม้ นำไปดักจับหมีควายในเส้นทางที่หมีเดินและใกล้จุดรังนอนของหมี ”
 
ขณะเจ้าหน้าที่อุทยานฯ หลายคนต่างแสดงความคิดเห็นว่าหมีควายตัวดังกล่าวไม่ใช่หมีป่า เพราะตามนิสัยของหมีควายป่านั้น เมื่อได้กลิ่นของคนจะหลีกเลี่ยง แต่พบว่าจากจุดที่พบหมี ได้หลบหนีผ่านเข้ากลางชุมชน ซึ่งมีบ้านเรือนหลายหลัง ปีนกำแพง ตัดเข้าสู่ป่าและไม่ยอมออกจากพื้นที่ ทั้งที่มีภูเขาและป่าไม้ตามธรรมชาติอื่น ๆ ซึ่งอยู่ห่างไม่ไกลโดยข้อสันนิษฐานนี้หมีควายตัวดังกล่าว จะมาจากที่ไหนนั้น เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจและจับหมีได้สำเร็จ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็จะมีการตรวจสอบแหล่งที่มา
 
ขณะที่ชาวบ้านในพื้นที่รายหนึ่ง เผยกับผู้สื่อข่าวว่า ก่อนหน้านี้มีบ้านหลังหนึ่งในพื้นที่เป็นชาวเวียดนาม เคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจค้นบ้านและจับกุม โดยพบอุ้งตีนหมี เกล็ดลิ่นอยู่ภายในบ้าน เป็นหนึ่งในเครือข่ายขบวนการค้าสัตว์ป่าและป่าเถื่อนข้ามชาติ ส่วนหมีควายที่พบนั่น ไม่แน่ใจว่ามาจะมาจากบ้านหลังดังกล่าวหรือไม่ ไม่มีใครเคยเห็นเลี้ยงหมีควาย และไม่มีใครเคยเข้าไปภายในบ้านหลังนั้น คาดว่าหมีตัวนี้น่าจะเกี่ยวข้องกับขบวนการค้าสัตว์ป่าหรือไม่ หมีควายตัวอาจหลุดจากกรงหรือไม่ เชื่อไม่ใช่หมีป่า เพราะในพื้นที่ไม่เคยเจอมีควายมาก่อน
 
 
 
 
รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/a3gRD6Zb-JI
+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ