13 ก.ย. 2563
3,473 ครั้ง

ยังไม่จบ! 3 พิทบูล ไม่ได้ไปไหน อยู่คอนโดตลอด นิติฯบุกคุย 'วอชด็อก' กลางดึก แม่ร่ำไห้สิ้นหวังถูกไล่

หวิดโกลาหล เจ้าของหมาพิทบูลที่เลี้ยงในคอนโด หาที่อยู่ใหม่ไม่ได้ เครียดจัดจอดรถนอนข้างทางพร้อมหมา 3 ตัว เจ้าหน้าที่เจรจา ยิงยาสลบหมา ใช้เวลากว่า 3 ชม. มูลนิธิวอชด็อกรับหมาไปดูแลพร้อมประสานหาบ้านให้อยู่ ยืนยันไม่พรากหมาไปจากเจ้าของ รอหายป่วยจะสอนวิธีเลี้ยงดูไม่ให้เดือดร้อนคนอื่น
 
 
นอกจากนี้ พบหมาพิทบูลอีก 3 ตัว ที่เจ้าของบอกว่าเอาไปอยู่กับแม่แล้ว ยังอยู่ที่คอนโด โดยแม่ก็อยู่ด้วย ซึ่งมูลนิธิวอชด็อก โพสต์นิติฯ คอนโด บุกมาเจรจากลางดึก ขอให้ไปยิงยาหมาอย่างเงียบ ๆ เผยไล่เหมือนหมูเหมือนหมามันเป็นอย่างนี้นี่เอง โดยตอนนี้หมาทั้ง 6 ตัว กับแม่ อยู่ที่คลินิกสัตวแพทย์มูลนิธิวอชด็อก 
 
 
ความคืบหน้ากรณีการย้ายหมาพิทบูล จำนวน 6 ตัว ออกจากคอนโด หลังจาก คุณเค้ก หรือ หงส์ เจ้าของหมาเลี้ยงไว้บนคอนโด สร้างความเดือดร้อนให้เพื่อนบ้าน และประชาชนย่านดังกล่าวเป็นเวลานาน
 
 
เมื่อวาน (12 ก.ย.) คือวันครบกำหนดที่ต้องย้ายหมาออกจากคอนโด ไม่เช่นนั้นจะถูกดำเนินการตามกฎหมาย จึงเกิดเหตุการณ์ชุลมุนขึ้น เมื่อคุณหงส์ ยังไม่สามารถหาบ้านใหม่อยู่กับหมาได้
 
 
โดยเหตุการณ์เกิดขึ้น ช่วงสายวันที่ 11 ก.ย. คุณหงส์นำหมาทั้ง 6 ตัว ย้ายออกจากคอนโด ขึ้นรถออกไป และไม่กลับมาอีก ปรากฏว่าคุณหงส์นำหมาไปฝากที่บ้านคุณแม่ย่านมีนบุรี จำนวน 3 ตัว โดยคุณแม่บอกว่าจะเลี้ยงไว้เองทั้ง 6 ตัว แต่คุณหงส์ไม่ยอม ขอเลี้ยง 3 ตัว ซึ่งเป็นตัวที่รักมาก  
 
 
จากนั้นช่วงเช้าเมื่อวานนี้ (12 ก.ย.) คุณหงส์ก็ขับรถออกจากบ้านคุณแม่พร้อมหมา 3 ตัว ตระเวนหาบ้านเช่าย่านหมู่บ้านเมืองเอก แต่ระหว่างที่หาบ้านนั้น รถเกิดน้ำมันหมด คุณหงส์จึงนำหมาทั้ง 3 ตัวลงมาข้างรถ 
 
 
ระหว่างนั้นชาวบ้านมาพบก็ต่างหวาดกลัวและหมาก็ขู่ ชาวบ้านจึงแจ้ง ตร.มาช่วย เมื่อ ตร.มาถึงก็ซื้อน้ำมันเติมรถของคุณหงส์ และให้นำสุนัขขึ้นรถเพราะเกรงจะเกิดอันตรายกับผู้อื่น จากนั้นคุณหงส์ พร้อมสุนัข 3 ตัว ชื่อ ภริดา สุริยะ และ สิงหา ขับรถตระเวนหาบ้านเช่า โดยช่วงนั้น ตร.สังเกตคุณหงส์มีอาการเครียดจัด และไม่ยอมบอกว่าจะไปที่ใด จึงขับรถตาม จนกระทั่ง พบว่ารถของคุณหงส์และหมาของเธอ มาจอดข้างทาง ที่ริมถนนซ่อมสร้าง ต.บ้านใหม่ อ.เมือง จ.ปทุมธานี
 
 
โดยคุณหงส์และหมา จอดรถนอนหลับ สตาร์ทรถเปิดแอร์ นอนหลับทั้งคนและหมา โดยคุณหงส์ปรับเบาะนอนราบ มีสิงหา หมาตัวโปรดนั่งเบาะข้างหน้า 1 ตัว เบาะหลังมีหมาชื่อ ภริดา และ สุริยะ โดยเจ้าสิงหานอนหนุนตักคุณหงส์
 
 
ซึ่งเจ้าหน้าที่พยายามเข้าไปเจรจาช่วยเหลือ แต่ไม่เป็นผล คุณหงส์ไม่ยอมคุย และหมาในรถก็เห่าและพยายามกระโจนใส่ เจ้าหน้าที่เกรงจะเกิดอันตรายจึงกันพื้นที่ห้ามบุคคลไม่เกี่ยวข้องเข้าใกล้
 
 
ระหว่างนี้ สัตวแพทย์หญิง ภัทรนันท์ สัจจารย์ ทีมสัตวแพทย์ของมูลนิธิวอชด็อก ไทยแลนด์ พร้อมทีมผู้ช่วยเดินทางมาถึงพร้อมอุปกรณ์ยาสลบและลูกดอกในการยิงยาสลบหมาทั้ง 3 ตัว โดยสัตวแพทย์พยายามเจรจาก่อน แต่คุณหงส์ไม่คุยด้วย นอนหลับ ช่วงนี้เจ้าหน้าที่และทีมแพทย์จึงหารือกันว่าต้องควบคุมหมาทั้ง 3 ตัวให้ได้ก่อน จึงใช้วิธียิงลูกดอกยาสลบใส่หมาทั้ง 3 ตัว 
 
 
ซึ่งถือว่าโชคดีที่คุณหงส์ แง้มกระจกรถไว้ และไม่ได้ล็อกประตูรถ ทำให้เจ้าหน้าที่ใช้ท่อยิงลูกดอกยาสลบสอดเข้าไปในช่องว่าง และยิงยาสลบใส่หมาตัวที่นั่งด้านหน้าก่อน 1 ดอก จากนั้นก็สังเกตอาการ แต่เนื่องจากตัวแรกที่ยิงยาสลบตัวใหญ่ปริมาณยาไม่เพียงพอ หมาจึงไม่สลบและยังคงเห่าพยายามกระโจนใส่กระจก
 
 
ทีมสัตวแพทย์จึงปรับเพิ่มปริมาณยาสลบ และยิงใส่หมาอีกสองตัวที่หลับอยู่เบาะด้านหลัง ช่วงนั้นคุณหงส์หลับอยู่ไม่รู้ตัว เมื่อหมาเริ่มสลบ เจ้าหน้าที่จึงเปิดประตูรถและชาร์จตัวคุณหงส์ อุ้มออกจากรถมาปฐมพยาบาลตรวจอาการเบื้องต้น ทันทีที่เจ้าหน้าที่นำตัวคุณหงส์ออกมา เธอไม่ได้มีอาการขัดขืน หรือโวยวาย แต่ร้องไห้ บอกว่าเครียดห่วงหมา
 
 
และเรียกชื่อหมา ภริดา และพยายามชะเง้อดูหมาในรถของเธอ จังหวะนี้สัตวแพทย์หญิงภัทรนันท์ เข้ามาคุยด้วยและบอกว่าจะดูแลหมาให้ไปด้วยกัน จะพาไปหาบ้าน หมอจะช่วย คุณหงส์จึงยอมให้เจ้าหน้าที่พาขึ้นรถ รพ.ไปพบแพทย์ตรวจร่างกาย 
 
 
ส่วนหมาทั้งสามตัว ภริดา สิงหา และ สุริยะ พบว่าสลบแค่ 2 ตัว เจ้าสิงหาหมาตัวโปรด ไม่สลบ แค่อ่อนแรง เจ้าหน้าที่จึงใช้วิธีเปิดประตูรถ อุ้มเจ้าสุริยะ และภริดา ใส่กรงขึ้นรถกระบะ ส่วน สิงหา ยิงยาสลบอีกครั้ง และปล่อยให้นั่งในรถและใช้รถยก ลากรถไปที่สถานพยาบาลสัตว์เอื้ออังกูร ย่านไทรน้อย รวมแล้วใช้เวลาตั้งแต่ 11 นาฬิกา จนถึงบ่ายสองครึ่ง 
 
 
หลังจากนั้น สัตวแพทย์หญิง ภัทรนันท์ นำหมาทั้ง 3 ตัวมาดูแล ที่สถานพยาบาลสัตว์เอื้ออังกูร และเปิดเผยว่า จากนี้จะดูแลหมาทั้ง 3 ตัว ให้คุณหงส์ก่อน ซึ่งจากการประเมินคุณหงส์มีอาการป่วย และยังเลี้ยงหมาสายพันธุ์ดุในที่ไม่หมาะสม เสี่ยงเกิดอันตรายกับคนอื่น ทางมูลนิธิจะช่วยในการประสานหาบ้านเช่าให้ โดยมีกลุ่มสมาชิกช่วยหาให้ไว้แล้ว รอแค่คุณหงส์พร้อมก็มาเจรจาเข้าอยู่ได้ 
 
 
ส่วนหมาทั้ง 3 ตัว เมื่อฟื้นจากยาสลบก็จะอาการปกติ ซึ่งยาสลบแค่ทำให้หมาหลับไม่เกิดอันตรายกับร่างกายของหมา เพราะสายพันธุ์นี้ดุและหวงเจ้าของมาก จากการประเมินสุขภาพเบื้องต้น หมาทั้ง 3 ตัว แข็งแรงสมวัย ซึ่งยอมรับว่าคุณหงส์ดูแลหมาได้ดีมาก ไม่มีแม้แต่โรคผิวหนัง
 
 
ทางเรายืนยันว่าจะไม่พรากหมาและคุณหงส์จากกัน เพราะเขาผูกพันกันมาก และเหมือนหมาจะเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจของเจ้าของ และเมื่อหาบ้านให้ได้แล้ว ก็จะสอนวิธีดูแลหมาและการเลี้ยงดูไม่ให้เดือดร้อนผู้อื่น และเป็นอันตรายกับผู้อื่นด้วย 
 
 
ส่วนอาการของคุณหงส์พักรักษาตัวใน รพ.ปทุมธานี ระหว่างที่เจ้าหน้าที่นำส่ง รพ. คุณหงส์ร้องไห้และเครียดจัด พยายามกระโดดลงจากรถ รพ.เพื่อหวังจะฆ่าตัวตาย แต่เจ้าหน้าที่ห้ามไว้ทัน ตอนนี้พักรักษาตังใน รพ.ด้วยอาการเครียดจัด แพทย์ให้ยาคลายเครียด และตรวจร่างกายเบื้องต้นพบว่า มีอาการคล้ายประสาทหลอน แต่ยังถามตอบรู้เรื่อง ซึ่งยังไม่แน่ชัดว่าอาการประสาทหลอนนี้เกิดจากความเครียดหรือสารเสพติด 
 
 
ล่าสุด วันที่ 13 ก.ย. เพจเฟซบุ๊ก มูลนิธิวอชด็อก ไทยแลนด์ Watchdog Thailand - WDT โพสต์ข้อความระบุว่า "ไล่เหมือนหมูเหมือนหมามันเป็นอย่างนี้นี่เอง! โกลาหล! แม่ร่ำไห้พร้อมหมาอีกสามตัวกลางดึกตีสาม นิติฯคอนโดหอบทั้งคนทั้งหมามายัดเยียดให้ WDT หลังปล่อยข่าวว่าเจ้าของพาไปอยู่กับแม่ที่มีนบุรี
 
 
ที่แท้ ทั้งแม่และหมาสามตัวอยู่ในห้องคอนโดตลอดเวลา ก่อนนิติฯคอนโดหอบแม่และหมาอีกสามตัวมายัดให้ WDT ตอนตีสามวันที่ 13 กันยายน 2563 หลังปลัดขึ้นไปตรวจสอบบนห้องแล้วไม่ได้ยินเสียงอะไร อ้างหมาสามตัวแรกไปอยู่กับแม่ที่มีนบุรีแล้ว
 
 
WDT เคยให้คำแนะนำ ขอร้องและชี้แจงแล้วว่า น้องหมาทั้งหมดเป็นกรรมสิทธิ์ของเจ้าของ และเจ้าของก็ยังเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ห้องในคอนโดอีกด้วย ไม่มีใครสามารถเร่งรัดขับไล่ใครออกไปไหนได้ทั้งสิ้น เพราะมูลนิธิไม่สนับสนุนการขับไล่คนและหมา หากยังไม่สามารถหาที่อยู่ใหม่ที่ปลอดภัยทั้งคนและหมาได้
 
 
แต่ในที่สุด กลับโกลาหลไม่เลิก หลังเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายเข้าช่วยเจ้าของ และรับหมาสามตัวที่อยู่ในรถมาดูแล นิติฯคอนโดตามมาบุกเจรจา WDT กลางดึก สารภาพว่า หมายังคงอยู่ในคอนโดกับแม่ ขอให้ไปยิงยาหมาสามตัวในห้องคอนโดอย่างเงียบ ๆ เพราะเป็นข่าวไปแล้วว่า เจ้าของซึ่งกลายเป็นผู้ป่วยไปแล้วพาหมาสามตัวไปอยู่กับแม่แล้ว
 
 
ไม่น่าทำกันอย่างนี้เลยครับ เพราะทั้งคนทั้งหมากำลังทุกข์ตรม ลูกสาวป่วย ต้องได้รับการรักษาที่โรงพยาบาล แม่ก็ได้แต่ร้องไห้สิ้นหวังและถูกขับไล่ ไล่เหมือนหมูเหมือนหมามันเป็นอย่างนี้นี่เอง! ตอนนี้ หมาทั้งหกชีวิตกับอีกหนึ่งคนแก่ อยู่ที่คลีนิคสัตวแพทย์ WDT ครับ จึงประกาศมาให้รับทราบโดยทั่วกัน"
 
ชมผ่านยูทูบ : https://youtu.be/upeo1R_gPLU
+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ