15 ก.ย. 2563
2,216 ครั้ง

เปิดใจกลุ่มเด็กนักเรียน หลังเข้ากรุงครั้งแรกเจอแท็กซี่โกงปิดมิเตอร์ จำใจจ่ายแพงหวั่นอันตราย

เปิดใจเด็กนักเรียนวัย 14 ปี กับเพื่อนรวม 5 คน เข็ดแล้วเข้ากรุงครั้งแรกเจอแท็กซี่เก็บเป็นรายหัวแล้วไม่กดมิเตอร์ จากหมอชิตต่อไปสำเพ็ง 450 บาท เผยทำตัวหน้ากลัวมากไล่ต้อนขึ้นรถ
 
 
วันที่ 14 ก.ย. 63 ผู้สื่อข่าวรายงานจากเฟซบุ๊ก เจ๊มอย v+ ระบุข้อความว่า เล่าเรื่องจากเฟซบุ๊กเด็กนักเรียนหญิงวัย 14 ปี กับเพื่อนนักเรียนรวม 5 คน เจอแท็กซี่เก็บเป็นรายหัวแล้วไม่กดมิเตอร์ จากหมอชิตไปสำเพ็ง 450 บาท #ทำไมไม่กดมิเตอร์ ?? น้องเดินทางจากหมอชิต ลงสำเพ็งน่าจะไม่ถึง 450 บาท แต่นางเก็บเป็นรายหัวแล้วไม่กดมิเตอร์ #กรมการขนส่ง วันนี้เรานั่งรถตู้มาจากอ่างทอง มาลงหมอชิต ลงรถปุ๊บมีคนมาประกบ 2 คนรีบพาเราเดินไปที่แท็กซี่ เราก็ไม่ว่าอะไรเรามากับเพื่อน 5 คน พอขึ้นรถมีคนเข้ามาเก็บเงิน ตอนแรกเราเอ๊ะใจ แต่ไม่ว่าอะไร เพราะเราก็ไม่ค่อยรู้ หรือบ้านนอกนั่นแหละ เขาเก็บเงินเป็นหัว คนละ 90 รวมค่าทางด่วน 50 เป็น 450 แต่เรางงว่าเขาไม่กดมิเตอร์และที่สำคัญไม่ได้ขึ้นทางด่วน แต่เก็บค่าทางด่วน 450 กว่าจะหามาได้ไม่ใช่ง่าย ๆ เราไม่อยากได้เงินคืน แต่อยากให้เป็นอุทาหรณ์แก่คนอื่น
 
 
จากการสอบถาม ด.ญ.จุฑามาศ สิงห์ห่วง อายุ 14 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 วิทยาลัยนาฏศิปอ่างทอง เล่าให้ฟังว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 ก.ย. 63 ที่ผ่านมา ตนเองและเพื่อน ๆ นักเรียนรวม 5 คน เดินทางจากจังหวัดอ่างทอง เพื่อซื้อผ้าเอาและเครื่องประดับที่พาหุรัด และสำเพ็ง เพื่อนำมาตัดชุดแข่งขันเต้น 
 
 
โดยได้นั่งรถตู้จากอ่างทอง ไปถึงตลาดหมอชิต เมื่อลงจากรถตู้ก็พบกับชายฉกรรจ์ 2 คนเดินต้อนไปขึ้นรถแท็กซี่ที่จอดอยู่ โดยพวกหนูพึ่งเข้ากรุงเป็นครั้งแรก จึงมีการประหม่าตื่นกลัวไม่กล้าที่จะเรียกร้องอะไร ทำได้เพียงเดินขึ้นรถแท็กซี่และจ่ายเงินตามคำเรียกร้องของแท็กซี่ ที่เรียกเก็บเงินเป็นรายหัว คนละ90บาท และค่าบวกทางด่วนอีก 50 บาท ซึ่งตนเองได้ถ่ายคลิปไว้ พบว่าไม่มีการกดมิเตอร์และไม่ได้ขึ้นทางด่วนอีกด้วย จำต้องยอมจ่ายเนื่องจากกลัว และเมื่อกลับมาถึงบ้านได้อย่างปลอดภัย ได้โพสต์เล่าเรื่องลงเฟสบุ๊คส่วนตัว ก่อนมีการแชร์ในโลกออนไลน์กันอย่างต่อเนื่อง
 
 
ซึ่งเป็นความรู้สึกที่แย่มากในการเข้ากรุงเทพฯ ครั้งแรกของพวกตนเอง พวกตนเองไม่อยากได้เงินคืน และคงมีความรู้สึกไม่ดีไม่อยากขึ้นแท็กซี่ไปอีกนาน แต่อยากให้เป็นอุทาหรณ์แก่คนอื่นต่อไป
 
 
 
 
 
รับชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/cJai_w3g7H0
+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ