09 ก.ค. 2557
138,807 ครั้ง

หนุ่มหน้าใสประกาศหาคนจ่ายค่าเลี้ยงดูผ่านเน็ต ลั่นโดนกลั่นแกล้ง

นักศึกษาหนุ่มหน้าใสประกาศหาคนอุปการะจ่ายค่าเลี้ยงดูผ่านเน็ต เผยถูกแอบอ้างและโดนกลั่นแกล้งให้เสียชื่อเสียง โร่แจ้งความแล้ว ด้านไอซีทีชี้ไม่เข้าข่ายผิดพ.ร.บ.คอม 

 

9 ก.ค. 2557-จากกรณีพบการแชร์ภาพและข้อความของหนุ่มนักศึกษาหน้าตาดีคนหนึ่ง ประกาศหาคนเลี้ยงดูรับผิดชอบค่าใช้จ่ายรายเดือน พร้อมกับระบุค่าใช้จ่ายต่างๆที่ต้องนำมาเลี้ยงดู ทั้งค่าห้อง ค่ามือถือ ค่าโทร และค่าน้ำค่าไฟ โดยรวมทั้งหมด ตกเดือนละเกือบ 25,000 บาท  โดยข้อความดังกล่าวระบุว่า

ค่าห้อง 8,000 บาท

ค่าผ่อนมือถือ 2,000 บาท

ค่าโทร/เน็ต 799 บาท

ค่าเน็ตที่ห้อง 699 บาท

ค่าน้ำไฟ 1,200 บาท

ค่าหมอสิว 4,000 บาท

ค่าฟิตเนส 2,499 บาท

ค่าช้อปปิ้ง 5,000 บาท

รวมเดือนละ 24,197 บาท

*ค่าเรียน 30,000 บาท

 

          “เงินที่บ้านผมส่งมาพอแค่ค่าอาหารต่อเดือนกับค่าเดินทางเท่านั้นครับ พี่คนไหนใจดีรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในตารางได้หมดผมพร้อมมีพี่คนเดียวครับ ถ้าให้ผมไปอยู่บ้านพี่ก็ประหยัดค่าห้อง ค่าเน็ต ค่าไฟได้อีก ผมเรียน....อย่าอยู่ไกลมากครับ ถ้าพี่รับผิดชอบได้ไม่หมด ผมคงต้องมีพี่คนอื่นช่วยด้วย แต่ผมจะพยายามแบ่งเวลาให้สมดุลกับส่วนที่พี่ช่วยได้ครับ ผมจะทำหน้าที่ของผมคือรักษาหน้าและหุ่นให้ดี เวลามีอะไรกันผมเต็มที่ทุกครั้งครับ ความผูกพันย่อมช่วยให้ทุกอย่างดี ผมพร้อมโทรหาพี่ทุกวัน ถามสารทุกข์สุกดิบ ฟังพี่บ่น เป็นที่ปรึกษาให้ถ้าไม่ได้อยู่ด้วยกันผมไปเจอได้อาทิตย์ละ 2-3 ครั้งครับ เรื่องความปลอดภัย สะอาด ผมป้องกันตลอดครับ ไม่ต้องห่วงครับผมชอบรุกมากกว่า อยากได้พี่ที่เป็นรับ แต่ถ้ารุกก็ไม่เป็นไรโอเคเหมือนกันครับ”

 

โดยความเคลื่อนไหวล่าสุดต่อกรณีนี้พบว่า ชายที่ปรากฏในรูปได้ออกมาปฏิเสธ เพราะตนเองไม่ได้เล่นทวิตเตอร์และไม่ได้เรียนมหาวิทยาลัยที่ถูกแอบอ้างด้วย พร้อมกล่าวเพิ่มเติมว่า การกระทำเช่นนี้ทำให้ตนเสียหาย ซึ่งถ้าหากตนขายตัวจริงคงให้เบอร์โทรศัพท์ติดต่อไปแล้ว ทั้งนี้ เพื่อนของผู้เสียหายได้บอกให้เจ้าตัวไปแจ้งความไว้เป็นหลักฐานด้วย

มีการโพสต์ภาพการสนทนาผ่านโปรแกรมไลน์ ที่ระบุว่าเป็นเจ้าของภาพตัวจริงออกมาปฏิเสธแล้วว่า เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง พร้อมทั้งได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สน.สุทธิสาร เพื่อขอลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานแล้ว  โดยเชื่อว่าถูกกลั่นแกล้ง ทำให้เกิดความอับอายและเสื่อมเสียชื่อเสียงเป็นอย่างมาก

 

อย่างไรก็ตาม ทางกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ได้ระบุว่า กรณีดังกล่าวไม่เข้าข่ายความผิดทางพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ หรือ พ.ร.บ.คอมฯ เนื่องจากเป็นการหมิ่นประมาท ทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหายและอับอาย โดยหากจะตีความการการกระทำความผิดทางพ.ร.บ.คอมฯ จะมี 3 ข้อ หลักด้วยกันคือ การหมิ่นเบื้องสูง ความผิดที่เกี่ยวกับความมั่นคง และการโพสข้อความลามกอนาจาร ที่ไม่สามารถยอมความได้ เป็นต้น

+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ