20 ก.ย. 2563
3,051 ครั้ง

พายุโนอึลแผลงฤทธิ์ทั่วไทยไม่ทันตั้งตัว เหนือ-อีสาน-กลาง-ใต้ ท่วมใหญ่ในรอบ 10 ปี

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา พายุระดับ 1 (หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง) โนอึล (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 20 กันยายน 2563) ฉบับที่ 16 ลงวันที่ 19 กันยายน 2563
 
เมื่อเวลา 13.00 น. ของวันนี้ (19 ก.ย. 2563) พายุระดับ 2 (ดีเปรสชัน) โนอึลที่ปกคลุมบริเวณอำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้อ่อนกำลังลงเป็นพายุระดับ 1 (หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง) บริเวณจังหวัดพิษณุโลกแล้ว ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ทำให้ประเทศไทยยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักบางพื้นที่ ส่วนมากทางด้านตะวันตกของประเทศไทยและด้านรับลมมรสุมของภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ขอให้ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัยบริเวณดังกล่าว ระวังอันตรายจากฝนตกหนักซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้
 
ผลกระทบจากพายุโนอึลแม้ว่า จะสงบและสลายตัวไปแล้ว แต่ส่งผลกระทบกับหลายจังหวัด โดยเฉพาะภาคอีสาน
 
แม่สอด - ขนนักท่องเที่ยวออกจากน้ำตกทีรอซู หลังเจอน้ำป่า ล่าสุดได้ขนนักท่องเที่ยวจำนวนหนึ่งออกนอกพื้นที่ หลังจากเข้าไปท่องเที่ยวน้ำตกทีรอซู พร้อมขนเจ้าหน้าที่บางส่วน เนื่องเกรงว่าจะเกิดอันตรายและไม่สามารถออกจากพื้นที่ได้
 
ผู้สื่อข่าวรายงานจาก อ.อุ้มผาง จ.ตาก ว่า เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง ซึ่งอยู่ใน อ.อุ้มผาง แจ้งให้นักท่องเที่ยวและประชาชนทราบถึงการเข้าไปท่องเที่ยวน้ำตกทีรอซู นั้นต้องรอให้น้ำป่าลดลงและสภาวะฝนตกลงมาคลี่คลายก่อน เนื่องจากช่วงนี้ มีฝนตกหนักจากผลกระทบของพายุโนอึล ทำให้ฝนตกทั้งคืน เกิดปริมาณน้ำสะสม หลากเข้าท่วมเส้นทางเข้าไปท่องเที่ยวน้ำตกทีรอซู และน้ำตกทีรอซูมีสีแดงขุ่น ไหลแรง อาจส่งผลทำให้เกิดอันตรายกับนักท่องเที่ยว อาจเจอน้ำป่าระหว่างเดินทาง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผางจำเป็น ต้องประเมินสถานการณ์น้ำเป็นระยะๆ เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว โปรดติดตามสถานการณ์ในช่วง 1-2 วันนี้อย่างใกล้ชิด หากสามารถเข้าไปได้หรือมีความพร้อมจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง
 
ล่าสุด ได้ขนนักท่องเที่ยวจำนวนหนึ่งออกนอกพื้นที่ หลังจากเข้าไปท่องเที่ยวน้ำตกทีรอซู พร้อมขนเจ้าหน้าที่บางส่วน เนื่องเกรงว่าจะเกิดอันตรายและไม่สามารถออกจากพื้นที่ได้
 
เลย - ภูกระดึง ฝายขาด น้ำป่าน้ำพองไหล เอ่อเข้าท่วมบ้านเรือน
 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้เกิดฝนตกหนักในพื้นที่ อำเภอภูกระดึงตลอดทั้งคืน ที่ผ่านมา และบนยอดภูกระดึงด้วยเช่นกัน ทำให้น้ำป่ายอดภูกระดึงนั้นไหลลงน้ำพอง เข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรในพื้นที่ 3 หมู่บ้าน กว่า 25-30 หลังคาเรือน โดยเฉพาะที่บ้านห้วยเดื่อหมู่ 8 หมู่ 12 ต.ศรีฐาน อ.ภูกระดึง มีบ้านเรือนที่ถูกน้ำท่วมขังแล้วจำนวนมาก
 
ล่าสุดขณะนี้ ระดับน้ำพองที่ไหลผ่านในบริเวณดังกล่าวกำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ถนนสายนายางเหนือไปบ้านน้ำพองตัดขาด ไม่สามารถสัญจรไปมาได้ ส่วนฝายบ้านห้วยเดื่อน้ำได้กัดเซาะเป็นรูและพังลงบางส่วนขณะน้ำได้ไหลเข้าสู่พื้นที่เกษตรและเข้าบ้านเรือนแล้ว
 
บุรีรัมย์ - น้ำป่าจาก 2 อำเภอ ไหลทะลักท่วมตัวอำเภอแคนดง บุรีรัมย์ ถนนในตัวอำเภอท่วมสูง 50 เซนติเมตร เร่งให้การช่วยเหลือ ขณะชาวบ้านโวย ไม่มีหน่วยงานใดมาแจ้งเตือนก่อนน้ำบ่ามา ทั้งที่รู้สถานการณ์ ระบุหนักสุดในรอบ 10 ปี
 
วันที่ 19 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากฝนตกตลอดทั้งวันทั้งคืนที่ผ่านมา ทำให้หลายพื้นที่ในจังหวัดบุรีรัมย์ มีน้ำไหลหลาก เอ่อท่วมนาข้าวและบ้านเรือนชาวบ้าน แต่ยังไม่พบรุนแรงมากนัก
 
โดยเมื่อเวลา 03.00 น. ที่ผ่านมา ได้รับรายงานจากอำเภอแคนดง ว่าเกิดน้ำท่วมในตัวอำเภออย่างหนัก ถนนทุกสายในตัวอำเภอมีน้ำท่วมสูงกว่า 50 ซม.รถเล็กไม่สามารถวิ่งผ่านได้ ถนนสายแคนดง-สตึก มีน้ำท่วมสูง 30 เซนติเมตร จากปกติไม่เคยมีน้ำท่วมถึงมาก่อน
 
ทำให้ถนนในซอยของตัวอำเภอมีน้ำท่วมสูง ไหลบ่าเข้าท่วมบ้านเรือนได้รับความเสียหาย ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนกว่า 500 หลังคาเรือน ชาวบ้านบางกลุ่มต่างไม่พอใจ หน่วยงานราชการ ที่ไม่มีการแจ้งเตือนก่อน ทั้งที่รู้สถานการณ์เป็นอย่างดี
 
นายสวาท พันธ์มุง อายุ 71 ปี เล่าว่า น้ำไหลเข้ามาอย่างรวดเร็วกลางดึก แล้วเข้ามาท่วมในตัวบ้านชั้นล่าง โชคดีที่ภรรยาซึ่งป่วยติดเตียง ไม่ได้นอนกับพื้นเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา
 
ขณะที่นายจำเนรียร การชาติภูมิ อายุ 49 ปี เล่าว่า น้ำเริ่มไหลบ่ามาในช่วง 03.00 น. แล้วไหลเข้าท่วมตามบ้านเรือนชาวบ้านอย่างรวดเร็ว โดยไม่ทันตั้งตัว
 
ที่ผ่านมาอำเภอแคนดง มักจะมีน้ำท่วมเป็นประจำ มวลน้ำที่ไหลมาท่วม จะมาจากอำเภอสตึกและอำเภอคุเมือง ซึ่งเป็นพื้นที่ราบสุงกว่า ทำให้อำเภอแคนดงกลายเป็นจุดรับน้ำ แต่ปีนี้หนักสุดในรอบ 10 ปี
 
ร้อยเอ็ด - ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปที่ ต.อุ่มเม้า อ.โพนทอง จ.ร้อยเอ็ด ซึ่งจากการสอบถามผู้นำชุมชนเบื้องต้นแจ้งว่า มีบ้านเรือนพังเสียหาย จำนวน 2 หมู่บ้าน คือบ้านกระพี้ บ้านโคกสีดา โดยส่วนมากจะเป็นส่วนของหลังคาและโครงสร้างหลังคา มากกว่า 30 หลังคาเรือน นอกจากนี้ยังมียุ้งข้าว โรงเลี้ยงสัตว์ ต้นไม้และเสาไฟฟ้าล้มระเนระนาด
 
เบื้องต้นประชาชนจิตอาสา ผู้นำชุมชน และเจ้าหน้าที่ อบต.อุ่มเม้า ได้ลงพื้นที่เพื่อทำการตรวจสอบและให้การช่วยเหลือซ่อมเบื้องต้น ส่วนบ้านเรือนที่ประชาชนไม่สามารถพักอาศัยได้ ก็กางเต็นท์เพื่อให้พักอาศัยชั่วคราว ซึ่งจะได้รายงานความเสียหาย เพื่อดำเนินการให้การช่วยเหลือในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
 
จากการสอบถามนางละมัย พลเยี่ยม อายุ 44 ปี ชาวบ้านกระพี้ เล่าว่า ก่อนจะเกิดลมพายุ ได้มีเมฆฝนพัดปกคลุมท้องฟ้าเป็นสีแดงกร่ำ ซึ่งขณะนั้นตนได้อาศัยอยู่ภายในบ้าน โดยตนเลี้ยงหลานอยู่ชั้น 1 กับสามีและลูกชาย จู่ๆ ได้เกิดเสียงคล้ายกับรถวิ่งผ่านถนน จนทำให้ตัวบ้านสั่นสะเทือน จึงได้รีบออกมาดู ซึ่งก็พบว่าลมพายุจะซัดถล่มเอาหลังคาบ้าน บริเวณชั้น 2 ปลิวหลุดออกไปทั้งหมด ตกบนถนนห่างจากตัวบ้านประมาณ 100 เมตร สร้างความตื่นตระหนกตกใจให้ตนเป็นอย่างมาก ซึ่งไม่เคยพบเห็นมาก่อน
 
จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่า นอกจากบ้านเรือนประชาชนแล้ว ยังมีต้นไม้หักโค่นกว่า 10 ต้น และในพื้นที่ อ.โพนทอง มีบ้านเรือนได้รับความเสียหายจากพายุโนอึลในครั้งนี้มากกว่า 30 หลังคาเรือน
 
มหาสารคาม - ชาวบ้านมหาสารคามโอด ถูกพิษโนอึลพัดหลังคาบ้านพังเสียหายกว่า 40 หลังคาเรือน เดือดร้อนไร้ที่อยู่ วอนภาครัฐช่วยดูแล ด้าน อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น ลำน้ำห้วยจิก น้ำถึงจุดสูงสุด เร่งระบายน้ำหวั่นทะลักชาวบ้านริมคลอง เหมือนทุกปี
 
ที่ อ.วาปีปทุม จังหวัดมหาสารคาม ซึ่งไม่ใช่จุดศูนย์กลางของพายุ แต่เป็นทางผ่าน เมื่อวานนี้หลังตากพายุผ่านไปแล้ว หลงเหลือแต่ความเสียหาย โดยเฉพาที่บ้านคลองเกษตรพัฒนา หมู่ 12 เดือดร้อนหนัก เพราะบ้านเรือนถูกแรงลมพายุพัดหายไป บางหลังจากบ้านสองชั้นเหลือแค่ชั้นเดียว 
 
โดยคุณลุงบุญ ม่วงทำ หนึ่งในผู้ประสบภัยเปิดเผยว่า ตั้งแต่เกิดมาจนอายุจะ 70 ปี ไม่เคยเจอลมพายุแรงขนาดนี้ บ้านของตนชั้นสองพังราบหายไปในพริบตา ไม่เหลือแม้แต่หลังคา ชั้นล่างแรงลมพัดประตูกระจกแตกกระจายในครัวเสาก็หัก  จากเดิมที่ได้ยินประกาศเตือนเข้าใจว่าพายุเข้าจะมีแค่น้ำท่วม  ซึ่งไม่คิดว่าจะเป็นแรงลมด้วย ตอนช่วงเกิดเหตุได้ยินเสียงลมพัดแรงมาก เหมือนในหนังข้าวของกระจัดกระจาย ใช้เวลาไม่ถึงสองนาที บ้านของตนพังราบเป็นหน้ากลอง
 
เช่นเดียวกับบ้านคุณยายจันทร์ศรี อาสาศรี สภาพบ้านของคุณยายที่ปลูกสร้างด้วยสังกะสีเพราะฐานะค่อนข้างยากจน ทำให้ถูกแรงลมพัดไปเกือบหมดทั้งหลัง คุณยายบอก ไม่เคยพบเจอลมแรงขนาดนี้ ไม่คิดว่าจะรอดชีวิต ตอนที่ลมมาก็รีบหลบที่บ้านงานศพข้างๆ บ้าน ไม่คิดว่าบ้านตนเองจะเหลือสภาพนี้ อยากขอร้องให้ทางภาครัฐช่วยเหลือ หรือประชาชนที่พอมีกำลังมาช่วยเหลือ เพราะยายไม่รู้จะไปอยู่ที่ไหน  ช่วงที่คุณยายเล่าเหตุการณ์ให้ฟังก็แอบร้องไห้ และบอกกับทีมข่าวว่า ช่วยยายด้วย
 
พิษของพายุโนอึล ยังส่งผลกระทบไปที่จังหวัดขอนแก่น ที่ อ.บ้านไผ่ ชุมชุมที่ติดลำน้ำห้วยจิก ซึ่งเป็นจุดที่รองรับน้ำ มาจากน้ำลำน้ำเปือยน้อย / ลำน้ำหนองสองห้อง / ลำห้วยโนศิลา ไหลมารวมกัน ระดับน้ำเมื่อวานคือน้ำเต็มพื้นที่ เกือบถึงริมตลิ่งทำให้บ้านเรือนประชาชนที่ติดคชองห้วยจิก ถูกน้ำท่วมขัง ที่ชุมชนโนนสว่าง มีปริมาณน้ำท่วมขังประมาณ 50-80 เซนติเมตร ซึ่งจุดนี้ เป็นจุดรองรับน้ำประจำทุกปี  แต่ปีนี้พบว่าทางเทศบาลบ้านไผ่ มีการจัดการวางแผน อพยพประชาชนออกนอกพื้นที่ไปก่อนหน้านี้ และยังมีประชาชนอาศัยภายในบ้าน ก็มีการจัดส่งน้ำและอาหาร เข้าไปคอยช่วยเหลือ และหากไม่มีฝนตกลงมาซ้ำ ระดับน้ำก็จะลดลงกลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว
 
นครราชสีมา - สภาพน้ำป่าจากเขาใหญ่ ที่เอ่อล้นท่วมสะพานข้ามคลองบ้านหมูสี
 
ฝนตกบนเขาใหญ่จำนวนมาก ทำให้น้ำที่ไหลลงมาตามลำคอง เพื่อลงสู่เขื่อนลำตะคอง มีปริมาณเพิ่มขึ้นจากเดิมมาก ซึ่งบริเวณนี้น้ำได้ท่วมสูง ทำให้รถเล็กที่ ข้าม ไป-มา ระหว่างหมู่บ้านไปไม่ได้ ต้องใช้เส้นทางสายหลักคือ ถนนธนรัชต์ ฝนที่ตกบนเขาใหญ่ต้องใช้เวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมง น้ำถึงจะไหลมาถึงบริเวณนี้ และจะไหลไปเรื่อยๆ ผ่านตัวเมืองปากช่อง ซึ่งต้องใช้เวลาอีก 8-10 ชั่วโมง จึงจะถึงตัวเมือง แล้วไหลลงสู่เขื่อนลำตะคอง ซึ่งช่วงบ่ายมีฝนตกลงมาอีกทั้งด้านล่าง และบนเขาใหญ่ จึงต้องระมัดระวังเรื่องน้ำจะเอ่อท่วม บ้านเรือน และ พืช ผัก ผลไม้ ของชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริม ฝั่งคลองทั้ง 2 ฝั่ง
 
ส่วนที่ได้รับจากน้ำเอ่อล้นคลอง บางช่วงคือ ศูนย์อบรมผู้นำ มหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต ซึ่งอยู่บ้านหมูสี บริเวณนี้เป็นแอ่งกระทะ ทำได้เข้าท่วมบ้านเรือน ระดับประมาณ 50 เซนติเมตร เจ้าหน้าที่จึงรีบขนย้าย อุปกรณ์การนอน เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหาย
 
นครราชสีมา - สังเวยพายุโนอึล เด็กชาย ม.2 ลงเล่นน้ำถูกกระแสน้ำพัดจมหายต่อหน้าเพื่อน กู้ภัยระดมกำลังเร่งค้นหากว่า 5 ชั่วโมงยังไม่พบร่าง
 
วันที่ 19 ก.ย. 63 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พลสงคราม อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา ได้รับแจ้งเกิดเด็กนักเรียนชั้น ม.2 จมน้ำเสียชีวิตภายในคลองน้ำบ้านพลสงคราม หมู่ที่ 2 ตำบลพลสงคราม อำเภอโนนสูง จึงได้ออกได้ออกไปตรวจสอบในที่เกิดเหตุพร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยฮุก31 จุดโนนสูง หน่วยเฉพาะกิจปฏิบัติการใต้น้ำฮุก31 นครราชสีมา ได้ช่วยกันลงค้นหาผู้สูญหายใต้น้ำแต่ยังไม่พบตัวเสียชีวิตเนื่องจากกระแสน้ำไหลแรงมาก
 
โดยก่อนเกิดเหตุ เด็กชาย ธนากร จงแจ้งกลาง หรือ น้องต่อ อายุ 14 ปี เด็กนักเรียนชั้น ม.2 กับเพื่อนๆ จำนวน 4-5 คน ได้ชักชวนกันลงเล่นน้ำบริเวณด้านหน้าฝายเก็บน้ำบ้านพลสงคราม โดยในระหว่างที่น้องต่อ กำลังกระโดดเล่นน้ำอยู่กับเพื่อนๆ ก็ถูกกระแสน้ำที่ไหลแรง ได้พัดเอาตัวของน้องต่อลอยลงไปบริเวณหน้าท่อระบายน้ำ จนร่างถูกกระแสน้ำดูดเข้าไปภายในท่อต่อหน้าต่อตาเพื่อนๆ และชาวบ้านที่กำลังสูบน้ำอยู่บริเวณจุดเกิดเหตุ ไม่มีใครสามารถเข้าไปช่วยเหลือน้องต่อได้ทัน ทำให้น้องต่อจมน้ำเสียชีวิต
 
เด็กหญิงปณิดา ขอจรกลาง อายุ 14 ปี เพื่อนของน้องต่อผู้เสียชีวิต บอกว่า ตนเองและน้องต่อกำลังเล่นน้ำอยู่ด้วยกัน อยู่ดีๆ น้องต่อก็ถูกกระแสน้ำพัดลอยลงไปติดอยู่ในท่อระบายน้ำ โดยไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลือได้ ได้เพียงตะโกนร้องให้ชาวบ้านที่อยู่บริเวณใกล้เคียงให้การช่วยเหลือ แต่ก็ไม่สามารถลงไปช่วยได้เพราะกระแสน้ำไหลแรงมาก โดยทางเจ้าหน้าที่ยังคงเร่งค้นห้าร่างของน้องต่อจนกว่าจะพบ
 
นครนายก - ผู้สื่อข่าวได้ลงตรวจสอบ ตรงบริเวณสะพานข้ามฝั่งไปเล่นน้ำของฝั่งเอกชน เบื้องต้นน้ำยังคงมีความรุนแรง และจากการตรวจสอบพบว่า ยังมีสีแดงขุ่น จากการสอบถาม แม่ค้าที่ขายของบอกว่า ระดับน้ำตอนนี้เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ สืบเนื่องมาจากฝนบนเขาใหญ่ยังตกอย่างต่อเนื่อง ทำให้มวลน้ำจากเทือกเขาใหญ่ไหลลงมาสู่น้ำตกนางรอง ส่วนที่น้ำตกอื่นๆ กลับเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว 
 
ล่าสุดเมื่อเวลา 22.00 น. ฝนยังคงตกในพื้นที่จังหวัดนครนายก แต่ไม่มีเหตุการณ์อะไรรุนแรง สรุปสถานการณ์ในตอนนี้ที่จังหวัดนครนายก ถ้าไม่มีปรมาณน้ำฝนเพิ่มขึ้นไม่นานทุกอย่างก็จะกลับเข้าสู่สภาวะปกติต่อไป
 
เพชรบูรณ์ - หนุ่มลงไปเอาเครื่องสูบน้ำที่จมอยู่ในน้ำกลางนา ว่ายน้ำจนหมดแรงจมน้ำเสียชีวิต หลังจากอิทธิพลโนอึลทำให้ฝนตกหนักจนน้ำท่วมสูง
 
วันที่ 19 ก.ย. ศูนย์วิทยุรับแจ้งเหตุ สภ.วิเชียรบุรี ได้รับแจ้งเหตุว่ามีคนจมน้ำเสียชีวิต ที่หมู่ 4 บ้านโคกสำราญ ต.น้ำร้อน อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ จึงรุดตรวจสอบที่เกิดเหตุ ในที่เกิดเหตุพบร่างผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย ทราบชื่อต่อมา คือ นายสามารถ น้อมสันเทียะ อายุ 38 ปี นอนเสียชีวิตอยู่ริมน้ำ สภาพไม่สวมเสื้อ สวมกางเกงยีนส์ขาสั้น จึงได้ทำการชันสูตรพลิกศพ ไม่พบร่องรอยการถูกทำร้าย ซึ่งทางญาติไม่ได้ติดใจสาเหตุการตาย จึงเตรียมมอบศพให้กลับไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป
 
จากการสอบถาม ญาติผู้ตายรายหนึ่ง ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ผู้ตายได้ลงไปเอาเครื่องสูบน้ำที่จมอยู่ในน้ำกลางนา หลังจากอิทธิพลโนอึลทำให้ฝนตกหนักจนน้ำท่วมสูง โดยหลังจากนำเครื่องสูบน้ำขึ้นมาได้แล้วก็นำไปวางเก็บไว้บนคันนา ส่วนผู้ตายได้ทำการว่ายน้ำเพื่อจะกลับเข้าฝั่ง แต่เนื่องจากระยะทางอยู่ค่อนข้างไกล ผู้ตายเกิดหมดแรง จึงไม่สามารถว่ายกลับเข้าถึงฝั่งได้สำเร็จจมอยู่กลางน้ำ โดยมีชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ต่างรีบช่วยกันนำร่างผู้ตายขึ้นฝั่งและพยายามช่วยกันปั๊มหัวใจเพื่อยื้อชีวิตแต่ไม่เป็นผล
 
ตราด - พื้นที่จังหวัดตราดยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง ถนนหลายสายถูกน้ำท่วมขังหลายจุด ระดับน้ำสูงขึ้นเรื่อยๆ
 
เนื่องจากยังมีฝนตกต่อตลอดเวลา บริเวณถนนสายตราด-แหลมศอก ห่างจากแยกหนองเสม็ดมาประมาณ 700 เมตร มีน้ำท่วมผิวการจราจรเป็นทางยาวประมาณ 500 เมตร ระดับน้ำสูง 50-60 ซม. ทำให้รถเล็กสัญจรไปมาลำบาก
 
ระนอง - สุดเศร้า โมอึลยังแผงฤทธิ์ ต้นไม้ล้มทับ พรากพ่อขณะนั่งเป็นเพื่อนศพแม่ ทิ้งบุตรชายวัย 6 ขวบไว้
 
วันที่ 20 ก.ย. เที่ยงคืนที่ผ่านมา ร.ต.อ.เจริญทอง พุ่มพวงทอง รองสารวัตร(สืบสวน)สภ.เมืองระนอง รับแจ้งเหตุต้นไม้ล้มทับภายในวัดหาดส้มแป้น ม.2 ต.หาดส้มแป้น อ.เมืองระนอง จ.ระนอง มีผู้เสียชีวิต 1 ราย
 
ในที่เกิดเหตุ ด้านข้างศาลาการเปรียญ ซึ่งอยู่ริมเขาวัดหาดส้มแป้น พบต้นก่อตาหมู ต้นไม้พื้นเมืองขนาดใหญ่ สูงประมาณ 20 เมตร ล้มแบบขุดรากถอนโคนจากเชิงเขาวัด ล้มฟาดเข้าใส่หลังคาศาลาวัดและโรงหุงข้าวพังยับเสียหายทั้งหลัง และใต้ต้นไม้ยังล้มทับร่างผู้เสียชีวิต 1 ราย ทราบชื่อต่อมา นายเอนกพงศ์ พงศ์จันทร์ หรือ ติ๊บ อายุ 30 ปี
 
จากการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่าก่อนหน้าเกิดเหตุ พื้นที่ จ.ระนอง ยังมีฝนตกหนัก และลมพัดกระโชกแรงเป็นบางช่วง จากอิทธิพลลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ในทะเลอันดามัน ยังคงมีกำลังแรง แม้พายุโมอึลจะสลายตัวไปก่อนหน้าลงแล้ว และได้ส่งผลให้เกิดไม้ล้มในหลายพื้นที่ รวมทั้ง ต.หาดส้มแป้น อ.เมืองระนอง ซึ่งเป็นพื้นที่ตำบลในหุบเขา
 
อิทธิพลจากพายุโซลร้อนโนอึล และลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและอ่าวไทย ประกอบกับระดับน้ำทะเลขึ้นสูงสุดกว่าระดับน้ำปกติ สูง 4.21 เมตร ส่งผลให้เกิดน้ำทะเลหนุนและคลื่นเข้าซัดชายฝั่งทะเล จ.ระนอง บ้านเรือนชาวประมงพื้นบ้านที่อยู่ตามชายฝั่งทะเล หมู่เกาะต่างๆ ตลอดจนพื้นที่ชุมชนในเขต อ.เมืองระนอง นับร้อยหลังคาเรือน ที่อยู่ใกล้ริมคลองที่น้ำทะเลเข้าถึง ได้รับผลกระทบจากน้ำทะเลหนุนสูงเข้าท่วมพื้นบ้านเรือนประชาชน
 
กระบี่ - เกิดคลื่นลมแรง ซัดเข้าใส่ร้านอาหารที่อยู่ริมหาดบริเวณอ่าวไร่เลย์ตะวันตก และบริเวณหน้าถ้ำพระนาง ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง โดยคลื่นซัดสูงกระแทกกับแนวชายฝั่งอย่างรุนแรง สร้างความตื่นตระหนกให้กับ นทท.ทั้งชาวไทย และต่างชาติที่ไปใช้บริการ
 
โดยคลื่นลมดังกล่าวเป็นผลกระทบมาจากอิทธิพลของพายุโนอึลทำให้ฝนตกหนักต่อเนื่องทั้งจังหวัด และคลื่นในทะเลมีกำลังแรง นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าเรือท่องเที่ยวบางราย ไม่สนใจคำเตือนจาก สนง.เจ้าท่าภูมิภาค สาขากระบี่ ยังคงฝ่าฝืนนำเรือออกไปตามแหล่งท่องเที่ยวหลายลำ
 
พังงา - ฝนตกหนัก ลมกระโชกแรง ซัดประติมากรรมฝูงช้างล้ม 1 ตัว
 
ฝนตกหนักและลมกระโชกแรงอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดความเสียหายในหลายพื้นที่ ขณะที่บริเวณลานหลวงปู่ทวด สวนกาญจนาภิเษก เทศบาลเมืองพังงา กระแสลมกระโชกแรงได้ซัดเอาประติมากรรมฝูงช้างตัวใหญ่ล้มลงจนเสียหาย 1 ตัว ทางเจ้าหน้าที่ปภ.เทศบาลเมืองพังงา เข้าตรวจสอบแล้ว เตรียมเคลื่อนย้ายเอาไปซ่อมแซมนำมาติดตั้งใหม่ต่อไป
 
อิทธิพลพายุโนอึล​ยังส่งผลทำให้ปริมาณน้ำฝนจากพื้นที่อำเภอกะปง ไหลลงสู่แม่น้ำตะกัั่วป่า เพื่อระบายน้ำลงสู่ทะเล ได้เอ่อล้นเข้าท่วมบริเวณ หมู่ 3 บ้านโคกเคียน อ.ตะกั่วป่า​ จ.พังงา จำนวน4 หลังคาเรือน และสวนปาล์มน้ำมัน ซึ่งเป็นพื้นที่ราบลุ่มโดยขณะนี้ทางชาวบ้านยังคงต้องเฝ้าระวัง พร้อมทั้งเก็บสิ่งของ เครื่องใช้ต่างๆไว้ที่สูง และได้อาศัยหลับนอน บนชั้น 2 ของบ้าน
 
ที่เพจเฟซบุ๊ก ประชาสัมพันธ์ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โพสต์ข้อความระบุว่า โนอึลส่งผลหินปูนเกาะหินแตกถล่ม​ เจ้าหน้าที่​ อช.หมู่เกาะอ่างทองเฝ้าระวัง​ พร้อมเตือนประชาชนห้ามเข้าใกล้พื้นที่​ ด้าน​ อช.ลำน้ำกระบุรี ออกช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากพายุ
 
ชลบุรี - บางแสนเงียบเหงาลมพัดแรงร่มกางไม่ได้ ทั้งชายหาด นักท่องเที่ยวไม่มีที่พัก
 
ที่บริเวณชายหาดบางแสน ต.แสนสุข อ.เมือง ได้รับผลกระทบจากพายุโซนร้อนโนอึล ทำให้มีฝนตกตั้งแต่เช้าและตลอดทั้งวัน ส่งผลให้บรรดาพ่อค้าแม่ค้าขายสินค้าไม่ได้ เพราะไม่มีนักท่องเที่ยวแวะมาเที่ยว ประกอบกับเตียงผ้าใบไม่สามารถกางร่มได้ เพราะมีลมพัดแรง ส่งผลให้นักท่องเที่ยวบางคนที่เดินทางมาเที่ยวไม่มีที่พักและที่รับประทานอาหาร ต้องเดินชมบรรยากาศชายทะเลเท่านั้น
 
แม่ค้าเตียงผ้าใบกล่าวว่า ก็ต้องยอมรับสภาพ เพราะฝนฟ้ากำหนดไม่ได้ วันนี้ฝนตกทั้งวัน สิ่งของที่สั่งมาทั้งอาหารทะเลสด น้ำแข็ง ก็ต้องเสียหายทั้งหมด เพราะไม่สามารถกางเตียงผ้าใบและร่มให้นักท่องเที่ยวนั่งพักผ่อนได้
 
ทางด้านนักท่องเที่ยวกล่าวว่า ไม่รู้จะทำอย่างไรเพราะมีลมแรงมาก ประกอบกับไม่มีที่นั่งพัก มาเที่ยวด้วยกันหลายคน สงสัยเดินสักพักก็ต้องกลับแล้ว เพราะลมแรงมาก
 
ชมผ่านยูทูบ : https://youtu.be/ko4bOKrBb0o
+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ