19 พ.ย. 2563
1,278 ครั้ง

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 19 พ.ย.63 ม็อบราษฎรสาดสีป้าย สตช.-สภาตีตกร่างไอลอว์-โวยถูกเก็บค่าจอดรถสนามบินเกือบ 6 หมื่น

-มวลชนราษฎรชุมนุมเอาคืน รวมตัวแน่นราชประสงค์ เปลี่ยนชื่อเป็นราษฎรประสงค์ เคลื่อนขบวนบุก สตช.แจกปืนฉีดน้ำ ประกาศเล่นน้ำสงกรานต์ พ.ย. เคลื่อนต่อไปยังกองบัญชาการจำรวจสอบสวนกลาง  ทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ ส่งเป็ดเหลืองให้เจ้าหน้าที่ แต่เจ้าหน้าที่ไม่รับ ทำให้ผู้ชุมนุมพยายามจะโยนเป็ดเหลืองเข้าไปในรั้วและโห่ไล่ รวมถึงใช้เลเซอร์สีเขียวยิงใส่เจ้าหน้าที่

 

ก่อนเคลื่อนขบวนกลับมายังประตู1 ถ.พระราม 1 เพื่อยื่นหนังสือให้ตำรวจที่รับผิดชอบเหตุสลายการชุมนุมที่แยกเกียกกาย จากนั้นเริ่มปาสี ขวดน้ำเข้าไปยังรั้วของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ฉีดพ่นสเปย์ตามรั้วกำแพง ประกาศ น้ำเป็นน้ำของราษฎร สีนี้คือสีของราษฎร สีแห่งศักดิ์ศรี แค่อยากบอกตำรวจว่าราษฎรก็มีหัวใจ ต้องการแก้ไขปัญหา แก้ไข้รัฐธรรมนูญ แต่ตำรวจกลับมาฉีดน้ำใส่เราอย่างสะใจ ก่อนยุติชุมนุมนัดบิ๊กเซอร์ไพรส์ 25 พ.ย. ไปสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ชุมนุมต่อเนื่อง 7 วัน ด้านตร.เตรียมรวบรวมหลักฐานเอาผิดม็อบสาดสี ทำลายป้าย ยิงลูกแก้ว เลเซอร์ บินโดรน

ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ม็อบราษฎรแน่นราชประสงค์ เอาคืน ตร. สาดสีใส่ป้าย สตช.นัดรวมพลใหม่ 25 พ.ย.

 

-รถฉีดน้ำแรงดันสูงพังไป 3 คัน หลังนำไปปฏิบัติภารกิจฉีดน้ำใส่ ผู้ชุมนุม ที่รัฐสภา แยกเกียกกาย พบสาเหตุเครื่องยนต์กรอกทรายและเศษขยะ ตัดสายไฟ-ราดน้ำซ้ำแผงควบคุมการฉีดน้ำ ต้องเดินระบบใหม่ทั้งคัน รถบรรทุก 10 ล้อ บรรทุกน้ำ 2 คันก็พัง รวมถึงรถควบคุมผู้ต้องขัง

 

ตร.ชี้แจงกรณีเปิดทางให้ผู้ชุมนุม 2 ฝ่ายเผชิญหน้าจนเกิดปะทะกัน ชี้จำเป็นต้องถอนกำลังตร.ไปในสภา เพราะมีการจุดพลุไฟโยนเข้าไป เนื่องจากกำลัง ตร.มีไม่เพียงพอที่จะระงับเหตุ ช่วงค่ำที่ยังมีการเผชิญหน้า จนมีเสียงดังคล้ายปืนและมีผู้ชุมนุมถูกยิงเจ็บ 2 อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าใครเป็นคนยิง ส่วนเรื่องยาเสพติดที่พบในรถตู้ของตำรวจ สน.บุคคโล ยืนยัน ไม่ใช่ของ ตร.ทั้ง 7 นายที่อยู่บนรถ เพราะได้นำตัวส่งตรวจปัสสาวะและเลือดเพื่อหาสารเสพติดแล้วแต่ไม่พบ และทรัพย์สินมีค่าส่วนตัวของ ตร.ก็โดนขโมยไปหมดเหลือแต่กระเป๋ากับซองยาเสพติด

ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : แชร์คลิป ตร.มีน้ำโหใส่ผู้ชุมนุม ประเมินรถฉีดน้ำพังเกือบยกคัน  

 

-ทหารจับผู้ชุมนุมกลุ่มปกป้องสถาบัน พร้อมปืน-กระสุน เค้นสอบอ้างป้องกันตัว ซุกซ่อนไว้ หลังเหตุการณ์สงบจึงกลับไปที่บริเวณที่ซุกซ่อนอาวุธปืน ปรากฏว่าไม่พบ อ้างช่วงชุลมุนระหว่างมวลชน 2 กลุ่ม จึงเกรงว่าจะเกิดเหตุกับตน จึงนำปืนและเครื่องกระสุนปืนไปซุกซ่อนไว้บริเวณรั้วหน้าวัดใหม่ทองเสน ถนนทหาร จากนั้นหลบหนีจากเหตุปะทะเข้าไปบริเวณแฟลตทหาร หลังจากเหตุการณ์สงบจึงกลับไปที่บริเวณที่ซุกซ่อนอาวุธปืน ปรากฏว่าไม่พบ ทหารเข้ามาสอบถาม พร้อมเชิญตำรวจมาร่วมตรวจสอบ จึงพบปืนที่ซุกซ่อนไว้

ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'บิ๊กตู่' ชี้จำเป็นต้องใช้ กม.ลดความรุนแรงม็อบ - แซวน้องตัวเงินตัวทอง อยากฟังนายกฯแถลง 

 

-นายกฯ ระบุ การชุมนุมขณะนี้มีความพยายามใช้ความรุนแรงมากขึ้น จึงจำเป็นต้องมีการเพิ่มความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมาย โดยตำรวจอยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐาน ย้ำจำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมาย แม้จะทำไม่ได้ขณะมีการชุมนุม แต่หลังจากนั้นกฎหมายตามได้ทุกคนที่ทำความผิด ช่วงนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาชุมนุม และตนเองไม่ใช่คู่ขัดแย้งกับใคร ส่วนข้อเสนอ 3 ข้อของผู้ชุมนุม เป็นเรื่องที่สังคมและคนไทยทั้งประเทศจะพิจารณา ตนไม่สามารถตอบแทนได้

ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 

 

-สภาตีตกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของไอลอว์และ 5 ญัตติ เสียงส่วนใหญ่ รับหลัก 2 ฉบับแรกของฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล เปิดทางตั้ง ส.ส.ร.มีเสียง ส.ว. ฉบับสนุน ถึง 82 เสียง ตามเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญ มีเพียง 3 ส.ว.ที่ออกเสียงสวนทาง รับร่างไอลอว์

 

และแม้ว่า ส.ว. ส่วนใหญ่จะรับหลักการ 2 ฉบับแรก ของฝ่ายค้านและรัฐบาล แต่มีจำนวนไม่น้อย ที่งดออกเสียง เพราะห่วงว่าขัดรัฐธรรมนูญ จึงไปลงมติให้ฉบับรายมาตราของพรรคเพื่อไทยแทน ในประเด็นยกเลิกอำนาจ ส.ว.ในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี และแก้ไขระบบเลือกตั้ง

 

ขณะที่ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล ส่วนใหญ่รับหลักการเฉพาะ 2 ฉบับแรก มีเพียง 8 ส.ส.ที่ร่วมเคยอุดมการณ์กับกลุ่ม กปปส. ที่ลงมติไม่รับทุกฉบับ อาทิ นายชุมพล จุลใส พรรคประชาธิปัตย์, นายณัฐพล ทีปสุวรรณ พรรคพลังประชารัฐ และ ส.ส. พรรครวมพลังประชาชาติไทย 5 คน ส่วนฝ่ายค้าน แทบจะทั้งหมดลงมติรับหลักการทุกฉบับ

 

ด้านพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ กังวลว่าจะเกิดระเบิดเวลาที่ชื่อรัฐธรรมนูญปี 60 ที่ยังไม่ถูกถอดสลักรู้สึกผิดหวังที่รัฐสภาคว่ำร่างของประชาชน

ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : เปิดชื่อ 3 ส.ว.โหวตสวนทางรับร่างไอลอว์ 'พิธา' ผิดหวังร่างถูกตีตก 

 

-พลโทคงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เข้าแจ้งความที่กองบังคับการปราบปราม การกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ บก.ปอท. หลังถูกบุคคลอื่นสร้างบัญชีทวิตเตอร์ปลอม ยืนยันตนไม่ใช่ผู้ใช้บัญชีทวิตเตอร์ดังกล่าว ทำให้ได้รับความเสียหาย เนื่องจากมีข้อความลามกอนาจาร

ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : โฆษกกลาโหม ร้องปอท. ถูกมือดีปลอมแอคเคาท์ทวิตเตอร์ โพสต์ลามกทำเสียหาย

 

-รวบพ่อเล้ากำมะลอที่เพชรบูรณ์ หลอกเหยื่ออ้างมีหญิงให้บริการตามสื่อโซเชียล ทำทีนัดตามโรงแรม เมื่อเหยื่อโอนเงินแล้วจะบล็อคไลน์ ถ้าไม่โอนขู่แฉแบล็คเมล์ให้คนรู้จักรู้พร้อมรีดเงิน บางคนยอมโอนให้หลักหมื่นบาท

 

พบก่อเหตุมานาน 3 ปี มีเหยื่อถูกหลอกมากกว่า 60 คน โดยแต่ละคนจะถูกข่มขู่ให้โอนเงินตั้งแต่ 700 ถึง 1000 บาท รวมความเสียหายกว่า 1 ล้านบาท สารภาพกล้าข่มขู่เพราะเชื่อว่าเหยื่อจะไม่แจ้งความเพราะอับอาย

ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : จับพ่อเล้าเก๊ หลอกจัดหาสาวไซด์ไลน์ก่อนชิ่ง ซ้ำขู่แบล็คเมล์ได้เงินร่วมล้าน 

 

-หนุ่มโวยจอดรถสนามบินสุวรรณภูมิ เจอเรียกเก็บค่าจอดรถเฉียด 6 หมื่นบาท หลังไปต่างประเทศจอดไว้ 8 เดือน ต่อรองไม่ได้จึงต้องจ่ายเต็มจำนวน ล่าสุด รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ชี้แจงว่า รวมระยะเวลาจอด 239 วัน ค่าจอดวันละ 250 บาท รวมเป็นเงิน 59,750 บาท แต่จริงๆก็สามารถลดราคาได้ โดยนำตั๋วเครื่องบินทั้งขาไปและขากลับ รวมทั้งเอกสารการยกเลิกเที่ยวบินมาเป็นหลักฐาน แต่เพื่อนเจ้าของรถยินดีที่จะจ่ายเงินตามจำนวนจริง โดยให้เหตุผลว่าไม่ประสงค์ที่จะยื่นหลักฐานดังกล่าว

ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : สุวรรณภูมิแจงแล้ว ดราม่าค่าจอดรถสนามบิน 8 เดือน เฉียด 6 หมื่นบาท 

 

-ชายอ้างเป็นเพื่อนพ่อบุกใช้มีดจี้คอบังคับข่มขืนสาววัย 18 ปี ต่อหน้าลูกน้อยวัย 2 เดือนที่สมุทรปราการ เหยื่อพยายามขอร้องเพราะมีลูกอยู่ แต่ก็สู้แรงไม่ไหว พร้อมขู่จะฆ่าหากไม่ยอม

 

-ศาลพิพากษายกฟ้อง อดีตลูกจ้างเก็บเงินค่าน้ำ ค่าขยะ ของ อบต. หลังถูกดำเนินคดีข้อหายักยอกทรัพย์เป็นเงิน 1 ล้าน 8 แสนบาทเมื่อปี 54-58

 

ศาลพิเคราะห์เห็นว่า อบต.ลุมพลี ทำงานหละหลวม ปล่อยให้เงินจำนวนมากหายไป ผิดวิสัยในการทำงาน อีกทั้งมีผู้ครอบครองเงินร่วมกัน 3 คน ศาลเชื่อว่าเงินที่หายไปไม่ได้อยู่ที่นางสอาด เพียงคนเดียว และโจทย์ไม่สามารถนำสืบหาหลักฐานว่า เงินทั้งหมดอยู่ในกับใครบ้าง จึงได้พิจารณายกฟ้องนางสอาด และเงินที่หายไป 1 ล้าน 8 แสนบาท นางสอาด ไม่ต้องนำคืน อบต.ลุมพลี

 

-แม่ฉุนลูกชายขอเงินแม่ 1 หมื่นบาทจะเอาไปบวชหมู่ที่ อบต.เปิดรับสมัคร ขับรถไป อบต.น้ำชำ จ.แพร่ หาว่าจัดงานบวชเพื่อหาเงิน นำมีดพร้าไล่ฟันเสาธงและป้ายเสียหาย แต่สุดท้ายไปผิดที่ สามีและลูกชายต้องเข้ามารับผิดชอบ ชี้แม่ป่วยทางจิตและขาดยา

ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : แม่ป่วยทางจิต บุกฟันทรัพย์สิน อบต. เข้าใจผิดจัดงานบวชหาเงิน หลังลูกชายขอเงินไปบวชหมู่ 1 หมื่น

 

 

รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/lN3Au6GUHCE

+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ