21 พ.ย. 2563
3,745 ครั้ง

ป.ป.ส.เปิดคลังเก็บของกลาง แจงผงขาว 11.5 ตัน ตรวจล็อตแรกไม่ใช่ 'เคตามีน'

ความเคลื่อนไหวสำคัญเกี่ยวกับประเด็นยาเสพติด หลังจากวันที่ 12 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และ นายวิชัย ไชยมงคง เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ ป.ป.ส.ร่วมกันแถลงข่าวการตรวจยึดเคตามีนน้ำหนัก 11,500 กิโลกรัม หรือ 11.5 ตัน มูลค่าประมาณ 28,750 ล้านบาท ถือเป็นการตรวจยึดยาเคครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ ซึ่งเป็นการขยายผลจากข้อมูลของไต้หวัน ที่พบการลักลอบส่งออกเคตามีน 300 กิโลกรัม จากไทยไปไต้หวัน สำนักงาน ป.ป.ส.จึงสืบสวนจนพบโกดังที่ตำบลท่าข้าม อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา  ล่าสุดผ่านมากว่า 1 สัปดาห์ มีการตั้งคำถามถึงที่มาของยาเคที่ตรวจยึด และของกลางที่ได้มาว่าอยู่ที่ใด เพราะไม่มีความคืบหน้าในการขยายผลติดตามขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติเครือข่ายนี้ ทั้งที่เป็นการจับกุมครั้งใหญ่
 
 
วันนี้ (21 พ.ย.) เลขาธิการป.ป.ส.นำสื่อมวลชนไปตรวจสอบของกลาง ที่เก็บรักษาไว้ที่ สำนักงาน ป.ป.ส.ภาค 1 จังหวัดปทุมธานี เพื่อยืนยันว่าของกลางยังอยู่ และจะตรวจสอบ ของกลางทั้งหมดที่เหลืออีก 406 กระสอบ หลังจากนำตัวอย่างจาก 66 กระสอบไปตรวจในห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ ไม่พบว่าเป็น สารเคตามีน แต่เป็นสารไตรโซเดียม ฟอสเฟต ที่ไม่ใช่ยาเสพติด แต่จากข้อมูลของไต้หวัน พบว่า มีการใช้สารไตรโซเดียมฟอสตเฟต อำพรางการส่งออกเคตามีน ซึ่งอาจใช้วิธีการบรรจุหีบห่อหรือ ซุกซ่อนในกระสอบ และแม้สารที่พบในโกดัง 11.5 ตัน อาจไม่ใช่เคตามีน แต่คดีนี้มีความผิดเกิดขึ้นแล้วที่ไต้หวัน สำนักงาน ป.ป.ส.เตรียมร้องทุกข์ต่อ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เพื่อส่งเรื่องไปยังสำนักงานอัยการสูงสุด ตั้งพนักงานสอบสวนร่วม เพราะเป็นคดีข้ามชาติ
 
 
นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการ ป.ป.ส.เปิดห้องเก็บของกลางที่สำนักงาน ป.ป.ส.ภาค 1 อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี ให้สื่อมวลชนตรวจสอบของกลางจำนวน 11.5 ตัน ที่ ป.ป.ส.ยึดมาจากโกดังในตำบลท่าข้าม อำเภอบางปะกง อำเภอฉะเชิงเทรา เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน และตรวจสอบเบื้องต้นจากน้ำยาเทสสารเคตามีนพบว่ามีสีม่วง จึงมีการแถลงข่าวพบยาเคมากที่สุดในประวัติศาสตร์ ซึ่งของกลางทั้งหมดยังอยู่ครบ และถูกจัดเก็บไว้อย่างแน่นหนา 
 
 
เลขาธิการ ป.ป.ส.เปิดเผยว่าในช่วง 1 สัปดาห์หลังจับกุม ไม่ได้มีการแถลงข่าวความคืบหน้า เนื่องจากยังอยู่ในกระบวนการสืบสวนสอบสวนและขยายผลเพื่อจับกุมผู้ต้องหา เครือข่ายค้ายาเคข้ามชาติ และรอผลการตรวจสอบของกลาง ซึ่งล่าสุดผลการตรวจสอบจากห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ รายงานผลการตรวจตัวอย่างของกลางจาก 66 กระสอบ พบว่าเป็นสารไตรโซเดียม ฟอสเฟส ไม่ใช่เคตามีน ทำให้ สำนักงาน ป.ป.ส.จะต้องตรวจสอบของกลางที่เหลือทั้งหมด 406 กระสอบ เพื่อยืนยันว่าเป็นสารเคตามีนจริงหรือไม่ 
 
 
นักวิทยาศาสตร์ ป.ป.สเปิดเผยว่า ได้นำของกลางที่สุ่มตัวอย่างจาก 66 กระสอบ เข้าห้องแล็บเมื่อวันที่ 16 พฤศจิการยน และทราบผลเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน และได้รายงานผลตามขั้นตอน ซึ่งเหตุที่การตรวจสอบด้วยน้ำยาเบื้องต้นพบว่าเป็นเคตามีน เพราะสารไตรโซเดียมเฟอสเฟส มีลักษณะคล้ายเคตามีน แต่เมื่อตรวจสอบอย่างเข้มข้น พบว่า ไม่ใช่ ซึ่งอาจเป็นไปได้ที่ลักษณะการอำพรางเคตามีนในกระสอบที่ระบุชื่อว่า ไตรโซเดียมฟอสเฟส จะไม่ได้ผสมในกระสอบเดียวกัน แต่บรรจุไว้ในหีบห่อ ในการตรวจสอบสารที่เหลือจึงต้องทำการเททั้งกระสอบด้วย
 
 
เลขาธิการ ป.ป.ส.เปิดเผยว่าจากข้อมูลบันทึกจับกุมของทางการไต้หวันได้ตรวจยึดสารเคตามีน 300 กิโลกรัม และยาเสพติดประเภท 4 ได้เมื่อวันที่ 23 กันยายน พบว่ามีการส่งทางเรือมาจากประเทศไทย จึงมีหนังสือถึง ป.ป.ส.เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน จึงทำการสืบสวนบริษัทส่งออก มาพบของกลางที่มีลักษณะกระสอบเหมือนที่ทางไต้หวันจับกุม ดังนั้นกรณีนี้ไม่ว่าจะตรวจสอบแล้วเป็นเคตามีนหรือไม่ ในทางคดีได้มีการกระทำผิดเกิดขึ้นแล้วที่ไต้หวัน และเป็นคดีข้ามชาติ ที่ส่งมาจากไทย และจากการสืบสวนพบว่ามีการส่งมาจากสามเหลี่ยมทองคำ โดย ป.ป.ส.กำลังขยายผลตรวจสอบเจ้าของโกดัง และในวันจันทร์ จะมีการร้องทุกข์กล่าวโทษกับพนักงานสอบสวน กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เพื่อทำเรื่องถึงสำนักงานอัยการสูงสุด ตั้งพนักงานสอบสวนร่วม ในการติดตามตัวผู้ต้องหาต่อไป โดยเบื้องต้นยังไม่พบว่ามีนักการเมืองมาเกี่ยวข้อง
 
 
เลขาธิการ ป.ป.ส.ยังสุ่มตัวอย่างสารในกระสอบของกลาง มาทำการทดสอบด้วยน้ำตาตรวจสารเสพติด ซึ่งพบว่ามีสีม่วงที่ให้ผลเบื้องต้นว่าเป็นเคตามีน ซึ่งได้ผลเหมือนการตรวจสอบครั้งแรก แต่เมื่อเข้าห้องแล็บกลับพบว่าเป็นไตรโซเดียมฟอสเฟต โดยในวันพรุ่งนี้จะทำการตรวจสอบของกลางที่เหลือทั้งหมดร่วมกับ ทางการไต้หวัน บช.ปส.และจะเชิญทาง UNODC มาร่วมด้วย เพื่อความโปร่งใส 
 
 
สำหรับสารเคตามีน ไม่ใช่ยาเสพติด แต่เป็นวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 ที่หากนำเข้าส่งออก จะมีความผิดจำคุกตั้งแต่ 5 ปี ถึง 10 ปี ส่วนสารไตรโซเดียมฟอสเฟส ใช้สำหรับผลิตยาและอาหาร ซึ่งดูจากลักษณะภายนอกมีลักษณะที่คล้ายคลึงกัน
 
+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ