21 ส.ค. 2557
2,243 ครั้ง

ปตท. ขอให้มั่นใจแยกบริษัทท่อเพื่อประโยชน์รัฐ ยังคงเป็นสาธารณสมบัติเช่นเดิม

 
ปตท. ขอให้มั่นใจแยกบริษัทท่อเพื่อประโยชน์รัฐ
ยังคงเป็นสาธารณสมบัติเช่นเดิม 
 
 
 
 
                           นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่  บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)  กล่าวชี้แจงว่า แม้มีการแยกธุรกิจท่อส่งก๊าซฯ ออกมาเป็นบริษัทใหม่ตามมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2557  แต่ ปตท. ตระหนักดีว่า ระบบท่อส่งก๊าซฯ ในส่วนที่เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ตามที่ ปตท. ได้มีการแบ่งแยกคืนให้กับกระทรวงการคลังตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดเรียบร้อยแล้ว โดยอนาคตบริษัทท่อใหม่จะเป็นผู้ทำสัญญาขอใช้ทรัพย์สินของรัฐ พร้อมทั้งจ่ายค่าตอบแทนให้แก่ กรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง ต่อไป เพื่อสร้างรายได้ให้แก่รัฐ เช่นที่ ปตท. ปฏิบัติตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ตามรายละเอียด ดังนี้
 
             1. การโอนทรัพย์สินที่เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินและอำนาจมหาชนไปที่ บมจ.ปตท. ในช่วงการแปรรูป ปตท. นั้น ได้รับการแก้ไขโดยพระราชบัญญัติประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550 โดยคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เป็นผู้กำกับดูแล  ดังนั้น บมจ.ปตท. จึงไม่มีอำนาจมหาชนใดๆ เหลืออยู่  อีกทั้ง ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำวินิจฉัยกำหนดหลักเกณฑ์ให้ บมจ.ปตท. ต้องคืนทรัพย์สินในส่วนที่เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน  อันเป็นทรัพย์สินที่ได้มาจาก การใช้อำนาจมหาชนของรัฐ  เวนคืน/รอนสิทธิเหนือที่ดินของเอกชน และ การใช้เงินลงทุนของรัฐ (การปิโตรเลียมฯ)  โดยทรัพย์สินส่วนนี้  ปตท. ได้ดำเนินการโอนคืนให้ภาครัฐตั้งแต่ปี 2551  โดยไม่รวมถึงท่อในทะเล  ซึ่งศาลปกครองสูงสุดมีบันทึกยืนยันว่า ปตท. คืนทรัพย์สินตามคำพิพากษาครบถ้วนแล้ว   โดยในส่วนทรัพย์สินที่ส่งมอบให้กรมธนารักษ์นั้น ปตท. ได้ทำสัญญาให้ใช้ฯ โดยได้จ่ายค่าตอบแทนให้แก่กรมธนารักษ์
 
           ส่วนทรัพย์สินอื่น ศาลวินิจฉัยว่า บมจ.ปตท. เป็นเจ้าของทั้งนี้ตาม พรบ.ทุนรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.2542  นอกจากนี้ ในปี 2555 มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคได้ยื่นคำร้องต่อศาลปกครองกลางเพื่อขอให้ ปตท. คืนท่อในทะเล  ปรากฏว่าศาลฯ ไม่รับคำฟ้องและจำหน่ายคดีออกจากสารบบไป  
 
 
          2. ท่อส่งก๊าซฯ ที่ บมจ.ปตท. จะโอนไปยังบริษัทท่อส่งก๊าซธรรมชาติที่จะจัดตั้งขึ้นใหม่ ตามมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) วันที่ 15 สิงหาคม 2557 นั้น เป็นทรัพย์สินเฉพาะในส่วนที่ บมจ.ปตท.เป็นเจ้าของเท่านั้น   ส่วนทรัพย์สินที่เป็นของกระทรวงการคลัง ซึ่งถือเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน และ ปตท. ได้แบ่งแยกคืนให้กับกระทรวงการคลังตามคำพิพากษาแล้วนั้น บริษัทท่อใหม่จะต้องไปทำสัญญาใช้ทรัพย์สินดังกล่าว โดยจ่ายค่าตอบแทนให้กรมธนารักษ์ กระทรวงการคลังต่อไป
 
 
         3. นโยบายของ คสช. ด้านพลังงาน คือการปฏิรูปพลังงาน มิใช่การแปรรูป ปตท. ครั้งที่ 2  เพื่อสร้างธุรกิจเสรีอย่างแท้จริง ลดความกังวลเรื่องการผูกขาด ซึ่งการแยกบริษัทท่อฯ ออกมา จะช่วยเพิ่มโอกาสให้ทุกคนสามารถใช้บริการขนส่งก๊าซทางท่อได้อย่างเท่าเทียมกัน ภายใต้การกำกับดูแลจากองค์กรกำกับกิจการของรัฐ (Regulator) ในอัตราค่าใช้บริการที่เหมาะสมเป็นธรรม
 
 
 
“การโอนทรัพย์สินไปยังบริษัทท่อส่งก๊าซใหม่ จะเป็นการโอนทรัพย์สินในส่วนที่ ปตท. เป็นเจ้าของในปัจจุบัน แต่ทรัพย์สินในส่วนที่รัฐเป็นเจ้าของ กระทรวงการคลังก็ยังคงสิทธิในความเป็นเจ้าของเช่นเดิม ซึ่งบริษัทที่ตั้งใหม่ต้องทำสัญญาให้ใช้ฯ กับรัฐเช่นกัน” นายไพรินทร์ กล่าวยืนยันในตอนท้าย
 
 
+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ