12 พ.ย. 2557
255,878 ครั้ง

โรงไฟฟ้าทดแทน (Replacement) มีประโยชน์อย่างไร

โรงไฟฟ้าทดแทน (Replacement) มีประโยชน์อย่างไร

 

           เป็นที่ทราบกันว่าประโยชน์ของ SPP คือ การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานของประเทศ (Cogen ประสิทธิภาพการใช้พลังงานสูงกว่า 80%), ลดความสูญเสียและเพิ่มเสถียรภาพในระบบผลิตไฟฟ้า เนื่องจากการผลิตไฟฟ้าจาก SPP Cogeneration มีลักษณะเป็น Distributed Gen., ลดการลงทุนของภาครัฐ ทั้ง กฟผ. และ กฟภ. ในการสร้างโรงไฟฟ้าและระบบจำหน่ายไฟฟ้า, ลดภาระการลงทุนของภาคเอกชนในการที่จะต้องติดตั้ง Boiler เพื่อผลิตไอน้ำใช้เอง รวมทั้งการสูญเสียในระบบการผลิตอันเนื่องมาจากปัญหาในระบบสายจำหน่ายไฟฟ้า

 

            การให้มี SPP Replacement  ด้วย Long term PPA จะทำให้ SPP ปัจจุบันที่ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าให้ลูกค้าอุตสาหกรรมในนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ ลงทุนเพื่อสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ เพื่อจ่ายไฟฟ้าให้กับลูกค้าไฟฟ้าและไอน้ำต่อเนื่องไปได้ ซึ่งจะเป็นภาพความต่อเนื่องนโยบายของรัฐ จำเป็นต่อการตัดสินใจลงทุนหรือดำเนินธุรกิจของภาคเอกชน และเนื่องจาก Replacement เป็นการสร้างโรงไฟฟ้าทดแทนโรงไฟฟ้าเดิม จึงไม่มีปัญหาการไม่ยอมรับของชุมชนในการสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ บุคลากรที่มีประสบการณ์ในการเดินเครื่อง บำรุงรักษา ครบครัน นอกจากนี้ต้นทุนในการสร้างโรงไฟฟ้ายังต่ำกว่าการสร้างโรงไฟฟ้าบนพื้นที่ใหม่ ค่าซื้อไฟฟ้าที่ กฟผ. รับซื้อ ก็จะถูกกว่าโรงไฟฟ้าสร้างใหม่บนพื้นที่ใหม่

 

            หากไม่มีการ Replacement จะทำให้เกิดผลกระทบกับโรงงานอุตสาหกรรมในนิคมอุตสาหกรรมจำนวนมาก เพราะบางรายอาจจะต้องติดตั้ง Boiler เอง (ต้องไปหาที่ตั้ง ซึ่งอาจไม่มีที่เหลือ) และจัดทำ EIA ใหม่ เพื่อผลิตไอน้ำ ซึ่งเป็นกระบวนการผลิตที่ไม่มีประสิทธิภาพ การเดินสายจำหน่ายไฟฟ้าใหม่ไปยังโรงงานเหล่านี้ อาจไม่สามารถทำได้ด้วย เนื่องจากพื้นที่เดินสาย (Right of Way) ไม่มีเหลือสำหรับการเดินสายไฟฟ้าใหม่

 

ราคาขายไฟฟ้าให้กับ กฟผ. และลูกค้าอุตสาหกรรม

       - ต้นทุนในการสร้างโรงไฟฟ้า

                 -  ต้นทุนการสร้างโรงไฟฟ้า Cogeneration อยู่ที่ประมาณ 5,500-5,800 ล้านบาท สำหรับโรงไฟฟ้า 1 โรง ขนาด 110-132 MW ขึ้นอยู่กับสถานที่ตั้งและเทคโนโลยีที่เลือกใช้

      - หากให้มี Replacement จะประหยัดการลงทุนไปได้ประมาณ 600 ล้านบาท

 

          ซึ่งถ้าไม่มีประเภทโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก (SPP)  ต่อไป อาจจะเกิดความเสียหายต่ออุตสาหกรรมในประเทศและทรัพยากรต่างๆในประเทศ ก็จะเปล่าประโยชน์ เราอาจจะไม่ได้เป็นผู้นำทางเศรษฐกิจในอนาคต เสถียรภาพทางอุตสาหกรรมการผลิต จะต้องถูกแบ่งไปประเทศเพื่อนบ้าน หรือ ประเทศอื่นๆอย่างแน่นอน

 

            การพิจารณาทบทวนต่อสัญญาอายุโรงไฟฟ้าเดิม และเพิ่มกำลังการผลิตใหม่ที่มาจากโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมไอน้ำ หรือ Cogeneration ที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง ประเภทโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก (SPP) ได้มีในแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าใหม่ของประเทศ หรือ PDP (Power Development Plan) ที่อยู่ในระหว่างจัดทำ เนื่องจาก

          1.เทคโนโลยีในปัจจุบันมีการพัฒนาประสิทธิภาพมากขึ้น ใช้ก๊าซในปริมาณเท่าเดิม แต่ได้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้น ลดต้นทุนลงได้มากกว่า 600 ล้านบาท/โรง

          2.โรงงานในหลายพื้นที่ยังต้องการใช้ไอน้ำในระบบการผลิต หากไม่มีการต่ออายุหรือเพิ่มโรงใหม่ โรงงานอาจย้ายฐานการผลิตไปเป็นประเทศเพื่อนบ้านแทน

 

          เพื่อให้รายได้ยังคงอยู่ในประเทศต่อไป ดังนั้นการ Replacement น่าจะเป็นผลดีในอนาคต

 

           “โรงไฟฟ้า Cogeneration ส่วนใหญ่ในปัจจุบันจะขายตรงให้กับโรงงานต่างๆโดยตรงในพื้นที่ เช่น โรงงานผลิตรถยนต์ต่างๆ การใช้เชื้อเพลิงคุ้มค่ามากที่สุด คือ ได้ทั้งไฟฟ้าและไอน้ำ นอกจากนี้ การขยายตรงให้ลูกค้า ยังช่วยลดการสูญเสียในระบบ ในกรณีที่ต้องส่งกระแสไฟฟ้าไปยังพื้นที่ห่างไกลด้วย ใช้เวลาก่อสร้างเพียง 26-28 เดือนเท่านั้น” 

 

 

+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ