28 พ.ค. 2558
25,434 ครั้ง

ขอรื้อคดีแพทย์ตกตึกเสียชีวิตปริศนา

             คุณนิศารัตน์ สัตยานุการ มารดา นพ.ศรุต เล่าย้อนเหตุการณ์ว่า วันเกิดเหตุไม่มีลางสังหรณ์หรือมูลเหตุให้เอะใจอะไรเลย ตนเพิ่งกลับจากเที่ยวต่างประเทศกับลูกชาย และไม่มีใครเชื่อว่าลูกจะคิดฆ่าตัวตายเพราะทุกคนรู้ลูกชายเป็นคนมองโลกในแง่ดี เป็นคนชอบให้กำลังใจคนอื่น  จุดสังเกตที่ฉุกคิดคือฝามือลูกชายมีสีติดอยู่จึงเอะใจว่าไม่น่าใช่การฆ่าตัวตายแน่ๆ จึงขอเก็บศพไว้ และวันที่พบศพลูกชายมีปริมาณแอลกอฮอล์สูงมาก ซึ่งเพื่อนบอกตนว่าลูกเมาจึงพาขึ้นไปที่ห้องดังกล่าว ซึ่งปกติลูกชายไม่เคยไปค้างที่ไหนเป็นอีกข้อสังเกตให้เราเอะใจ

 

 

             คุณประสพ ธงธวัช อาจารย์ภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี กล่าวว่า ตอนแรกตนเองได้รับการติดต่อว่ามีคนตกจากที่สูงลงมาเสียชีวิตจึงสอบถามเบื้องต้นไปว่าพบว่าสภาพผู้เสียชีวิตห่างจากตึก 3.6 เมตร ในตอนนั้นคิดว่าจากสถานที่ผู้เสียชีวิตมีเวลาลอยอยู่ในอากาศเพียงแค่ 1.4 วินาทีเท่านั้น ก็ตกถึงพื้นแล้ว ฉะนั้นไม่มีใครสามารถพลิกตัวตามสภาพศพที่พบได้ซึ่งขัดแย้งกับข้อมูลที่ได้ หากดูจากสถานที่จริงไม่มีทางเป็นไปได้เลยว่าจะตกลงมาเอง 

 

 

 

             ตนเองและทีมเริ่มทำการทดลอง เริ่มจากหาคนที่มีขนาดเท่ากันกับผู้เสียชีวิตลองโดดลงมาจากสถานที่จริง ซึ่ไม่ว่าจะกระโดดท่าไหน วิธีใดก็ไม่มีทางตกลงมาสภาพนั้น และผลจากการทดลองอีกอย่างคือไม่ว่าผู้เสียชีวิตจะกระโดดลงมาด้วยท่าไหนก็จะตกลงมาห่างจากตึกแค่ 2.6 เมตร แต่วันที่เกิดเหตุวัดได้ 3.6 เมตร ซึ่งขัดแย้งกัน 

 

 
 
 
              คุณประสพ กล่าวอีกว่า จากการทดลองพบว่าผู้เสียชีวิตที่กระโดดลงมาเองไม่มีทางที่หัวจะชี้ออก ยิ่งเป็นคนเมาไม่มีทางกระโดดพ้นขอบระเบียงแน่นอน ขนาดนักกีฬายังทำได้ยาก ผลการทดลองทั้งหมดยืนยันได้ชัดว่าไม่มีทางเลยที่ผู้เสียชีวิตจะกระโดดลงมาเองในสภาพร่างกายแบบนั้น

 

 

 

 

 

 

+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ