15 พ.ย. 2556
6,935 ครั้ง

สถานการณ์การเมืองไทย

 

อ.สุขุม คิดว่าแต่เดิมอาจเรียกร้องยุบสภา แต่หลังจากประชาธิปัตย์ยื่นถอดถอนนายกฯ จึงเปลี่ยนเป็น ขอคำพิพากษามหาชนให้ พ.ต.ท.ทักษิณ และครอบครัว เลิกเล่นการเมือง โดยใช้สาเหตุการโกง

 

โดยมองว่าการยกระดับคืนนี้ หวังผลเชิงสัญลักษณ์ต้านตระกูลชินวัตร มากกว่าความพยายามล้มรัฐบาล เพราะประชาธิปัตย์ไม่มีความชัดเจนในการเคลื่อนไหว

 

สำหรับคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญที่จะออกมา หากมองในแง่ร้ายสุด อาจมีคำตัดสินว่าผิดหลักการ เช่น เสียบบัตรแทนกัน ซึ่งต้องจับตาว่าประชาธิปัตย์จะหาทางลงอย่างไร

 

ส่วนการที่รัฐบาลถอยนิรโทษกรรม เป็นการถอยให้กลุ่มคนกลางๆ นักวิชาการ หรือ คนสาขาอาชีพต่างๆ ไม่ใช่มวลชนประชาธิปัตย์

 

โดยส่วนตัวมองการรวมตัวของกลุ่มคนเสื้อแดงในช่วงนี้ เป็นสัญญาณที่เพื่อไทยแสดงให้เห็นว่าไม่ยอมถอยให้ประชาธิปัตย์ ซึ่งทำให้เห็นว่า สุเทพ ก็ประมวลผิด หากมวลชนมาไม่มากเท่าวันที่ 11 พ.ย. ก็น่ากังวล

 

 

เนื่องจากประชาธิปัตย์ไปอุดยุบสภาไปแล้ว เพราะมีการยื่นถอดถอน เป็นสัญญาณการหาทางลงที่ไปกดดันที่ตัวสุเทพ ไม่ใช่ประชาธิปัตย์ แต่จุดหมายแท้จริงของสุเทพ อาจจะใช้วิธีการรักษามวลชนเพื่อลากสถานการณ์ให้ถึง 20 พ.ย. หรือเป็นช่วงไม่ไว้วางใจ แต่กลุ่มหนุนรัฐบาลก็ต้องระวังภาวะสูญญากาศทางการเมืองให้ดีๆ เนื่องจากมีคนจ้องอยู่ เพราะกลุ่มค้าน 2 กลุ่ม (กปท.-คปท.) มองนอกเกมไปแล้ว

 

ทั้งนี้มองว่าการชุมนุมผ่านจุดที่มีมวลชนมากที่สุดไปแล้ว เหลือเพียงว่า สุเทพ จะเดินเกมต่อไปด้วยการรักษามวลชนก้อนนี้ไว้หรือไม่

 

 

ขณะที่ อ.ปริญญา มองว่าเป้าหมายของการชุมนุมเปลี่ยนไป จากเดิม คือ ค้านนิรโทษสุดซอย ซึ่งตอนนี้ถือว่ากม.นี้ตายไปแล้ว แต่อาจเป็นการยกระดับมาล้มรบ.หรือไม่?

โดยคาดว่า การยกระดับของสุเทพ มีหนทาง คือ

1. ประกาศชัยชนะของประชาชนที่ค้านนิรโทษสำเร็จ

2. ไปต่อ หรือ ยกระดับ หลังจากหยั่งกระแสด้วยอารยะขัดขืน 3 วันที่ผ่านมา

 

โดยส่วนตัวเห็นเห็นว่า กม.นิรโทษสุดซอย ถือว่าตายทางการเมืองไปแล้ว ถ้ารัฐบาลหยิบขึ้นมาใหม่เท่ากับฆ่าตัวเอง คนจะออกมาเยอะกว่านี้

 

โดยตั้งข้อสังเกตว่าประชาชนในไทย ไม่ได้มีแค่ต้นซอยกับสุดซอย และมีคนตรงกลางๆ จำนวนมาก ที่มาร่วมต้านนิรโทษ แต่ถ้าหากประชาธิปัตย์เดินเลยนิรโทษ อาจทำให้คนกลุ่มนี้ถอนตัวออกจากการชุมนุม เพราะมองไม่เห็นว่าการชุมนุมจะทำให้ล้มรบ.ได้

 

ทั้งนี้มองว่า แม้ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำตัดสินยุบพรรค ก็ไม่กระทบต่อยิ่งลักษณ์ เพราะไม่ได้เป็นกรรมการบริหารพรรค แต่ที่น่าจับตาคือ ป.ป.ช.อาจชี้มูลทุจริต และที่น่าจับตามองคือ คำตัดสินในวันที่ 20 พ.ย. ที่ศาลรธน.มีคำตัดสิน

 

 

โดยมองการเคลื่อนไหวของเสื้อแดง ที่กดดันศาลรัฐธรรมนูญว่าไม่ใช่เรื่องใหม่  และการที่ประชาธิปัตย์ไม่ประกาศเป้าหมายชัดเจนเพราะเผื่อเลือกหาทางลง ส่วนตัวเชื่อว่าเพื่อไทยเพิ่งประสบวิกฤตศรัทธาภายในพรรค และประชาธิปัตย์ก็ได้รับความนิยมจากประชาชนสูงสุดในรอบหลายปี การไปต่อถือเป็นความเสี่ยงอย่างยิ่ง

 

ส่วนเรื่องการแก้ไขที่มาสว.ไม่น่าจะนำไปสู่การยุบพรรคได้ เพราะสว.ที่มาจากปชช.ก็เหมือน รธน.40 ต่อให้เลวร้ายสุดมีการยุบพรรคจริง ก็ไม่สะเทือนยิ่งลักษณ์ เพราะเพื่อไทยแก้เกมมาแล้ว ส่วนการที่ประชาธิปัตย์กั๊กเป้าหมาย อาจเป็นกลยุทธใช้สำหรับการเคลื่อนไหวหลายทิศทาง

 

โดยส่วนตัวห่วง ท่าทีแกนนำเสื้อแดงที่พยายามแบ่งแยก กลุ่มชนชั้นทางสังคมเป็นคนละสีกัน ซึ่งจะยิ่งสร้างความแตกแยก เพราะการที่รัฐบาลจะอยู่หรือไม่ควรอยู่ในระบอบประชาธิปไตย ซึ่ง อ.สุขุม เห็นด้วยกับแนวความคิดนี้

 

 

 

 

+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ