18 พ.ย. 2556
3,716 ครั้ง

มองเศรษฐกิจไทย ไตรมาส4

 

อ.สมภพ มองว่า เศรษฐกิจไทยปี 55 เหมือนได้ยาสเตอรอยด์ จากมาตรการของรัฐบาล ทั้งรถคันแรกและโครงการรับจำนำข้าว ทำให้ GDP ปีที่แล้วโตมาก แต่ปีนี้ไม่ได้รับยาโด๊ปต่อ ได้เพียงแค่ยาชา ทำให้ภาพรวมดูไม่สวยงามนัก บวกกับปัญหาการเบิกจ่ายงบประมาณปีนี้ ที่ล่าช้ากว่าปกติ รวมทั้งโครงการภาครัฐที่ยังไม่ผ่านสภา

 

ส่งผลให้จีดีพีไทย เปรียบเสมือนมวยรุ่นเล็กที่ชกเฉื่อย เพราะการลงทุนทั้งประเทศลดลงไปมาก โดยเฉพาะภาครัฐที่แผ่ว ส่วนตัวเป็นห่วงตัวเลขการส่งออกที่แย่มา 2 ปีแล้ว แต่เดิมโตกว่า10%ตลอด แต่ปีที่แล้วเหลือกว่า 3% แต่ปีนี้ 0% เนื่องจากปัญหาเชิงโครงสร้าง

 

เนื่องจากหลายประเทศที่ไทยเคยส่งออก เริ่มผลิต สิ่งทอ เครื่องนุ่งห่มและสินค้าพื้นฐานใช้เอง ทำให้การส่งออกไทยหด (จากเดิมส่งออก70%ของGDP) ขณะที่คู่แข่งมีมากขึ้น เช่น พม่า บังคลาเทศ ปากีสถาน อินเดีย ก็เริ่มเดินเกมการตลาดเดียวกับเราคือการส่งออกสินค้า เช่น ตลาดสิ่งทอ ในบังคลาเทศที่เห็นชัดว่าเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวสำหรับไทย กำลังไล่ตามหลังเรามา ซึ่งได้เปรียบเรื่องค่าแรง

 

ส่วนปัญหาน่าห่วงของการส่งออกบ้านเรา คือ การปรับต้นทุนใหม่ แต่ถูกท้าทายจากชาติคู่แข่งเพราะแต่เดิมเศรษฐกิจ ไทยกับจีน มักจะล้อกันไป ถ้าจีนโตมาก เราจะโตตาม แต่ปีนี้ จีนยังส่งออก 6-7% แต่ของเรากลับไม่โต แสดงให้เห็นว่า จีนเริ่มนำเข้าสินค้าจากประเทศอื่น ที่ไม่ใช่ไทย ทำให้ห่วงโซ่อุปทานไม่สอดคล้องกัน ขณะที่ปัญหาระหว่าง ญี่ปุ่น - จีน ส่งผลกระทบกับไทยโดยตรง ล่าสุดจีนส่งออกไปญีปุ่นติดลบ 7 %

 

ข้ออ้างเศรษฐกิจตะวันตกซบเซานั้นไม่น่าใช้ได้ เพราะยอดการส่งออกของจีน ยังพุ่งสูงต่อเนื่องโดยส่วนตัวมองว่า ไทยต้องกลับมาดูเรื่องการส่งออกอย่างจริงจัง เพราะข้อได้เปรียบที่มีก็ลดลง คู่แข่งมากขึ้น รวมทั้งห่วงโซ่เศรษฐกิจที่ไทยเชื่อมโยงกับจีนก็เกิดปัญหาขึ้น ทั้งหมดเป็นปัจจัยทำให้เกิดวิกฤต

 

โดยทางออก คือ ไทยควรปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจให้เหมาะสม ต้องใช้มุกใหม่ในการพัฒนา เช่น ด้านการพัฒนา เพื่อสร้างความต่าง เพราะแบบเดิมๆ ไม่สามารถทำรายได้อีกแล้ว เพราะไทยเปิดประเทศมา 50 ปี สู้ชาติใหม่ไม่ได้

 

ส่วนสัญญาณที่ดีมากในขณะนี้ คือ การท่องเที่ยว ส่วนใหญ่มาจากจีนมาเพิ่มจากเดิมมาก โดยแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวทั่วโลก 100 ล้านคน ส่งผลให้สร้างรายได้ต่อยอดเข้าหาธุรกิจหลายแขนง และพัฒนาได้มาก

 

โดยที่ผ่านมาไทยถือว่าเป็นประเทศด้อยพัฒนาด้านธุรกิจบริการ มีสัดส่วนแค่ 48% ทั้งที่ควรโตไปมากถึง 60 % ซึ่งผิดจากศักยภาพไทย ซึ่งไทยต้องปรับตัวด้วยการใช้เพื่อนบ้านในการสร้างแรงงานผลิตเพื่อส่งออกไป คือ การปรับฐานะตัวเองเป็นผู้บริหาร

 

ในส่วนของการลงทุนภาครัฐ เช่น เงินกู้ 2 ล้านล้าน อาจยากลำบากในทางปฏิบัติโดยเฉพาะภาวะการเมืองขณะนี้ ส่วนการลงทุนภาคเอกชน ตอนนี้ที่ถือว่าตกต่ำลงมาก เพราะโตไปเมื่อปี 55 แล้ว ทำให้ตัวเลขแผ่วลงมาตามปกติ

สรุปภาพรวมการบริโภคของไทยตอนนี้ถือว่าลดลง เพราะเศรษฐกิจไม่ดี และคนจำนวนมาก ถูกจองจำด้วยโครงการ "รถคันแรก"

 

 

ทั้งนี้มองภาพรวม ไตรมาส 4 ดูต่ำสุดในรอบปี เพราะจะโตแค่ 1% ซึ่งถือว่าดี เพราะฐานสูงปีแล้วโตเกือบ 20% ไตรมาสที่ 4 ปีที่แล้วเกินตัว คือโต 19-20 % แต่ถ้าย้อนไปดูปี 54 ติดลบจากน้ำท่วม ซึ่งถ้าหากการเมืองไม่บานปลายหรือเลยเถิด ก็จะไม่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวม เพราะคุณภาพการเมืองไทยไม่ต่างจากชาติอื่นในโลก

 

 

 

+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ