02 ธ.ค. 2556
10,625 ครั้ง

หาทางออกการเมืองไทย

อ.วีร พัฒน์มองว่าสิ่งที่นายสุเทพ แถลงเมื่อวานนี้ เป็นเรื่องที่ไม่สามารถปฏิบัติได้จริง ในรัฐธรรมนูญ โดยชี้ว่าตรรกะของสุเทพย้อนแย้งกันอีก เพราะระหว่างที่มีสภาประชาชนนั้น ไม่มีกฎหมายรองรับ ทั้งยังไม่นับปัญหาเรื่องคนในสภาว่าจะเอามาจากไหน

 

 

ทั้งนี้มองว่าคนกำลังเคลิ้มกับคำว่ากฎหมาย ธรรมชาติ ซึ่งเลื่อนลอย เพราะถ้าหากจะมีสภาประชาชนได้นั้น ก็ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อรองรับการดำเนินการก่อน และเห็นด้วยกับ อ.เจษฏ์ ถ้านายสุเทพปรับถ้อยคำ ที่เน้นการเปิดเวทีพูดคุยอย่างกว้างขวางให้มีมากขึ้น ไม่ใช่เสนอแบบที่ไม่มีหลัก โดยต้องมีการคุยกัน ไม่ใช่เป็นการพูดลอยๆ หรือบุกรุกสถานที่อย่างเดียวทั้งที่ยังคุยไม่จบ

 

 

โดยต้องยุติความรุนแรง มิเช่นนั้นจะไม่สามารถไปถึงฝั่งฝันสภาประชาชนได้แน่นอน และอยาก เรียกร้องให้กปปส.และฝ่ายอื่นๆ ยุติการเผชิญหน้า และทุกคนต้องช่วยกันตรวจสอบไม่ให้เกิดความรุนแรง ทั้งที่สะพานชมัย ทำเนียบรัฐบาล แยกกองพล1 กองบัญชาการตำรวจนครบาล แยกการเรือน

 

 

โดยอยากให้ทุกฝ่ายพักผ่อน 2 วัน รอผ่านวันมหามงคล 5 ธ.ค.ไปก่อน แล้วทำตามข้อเสนอ ด้วยการบุกรุกทางเอกสาร เพื่อไม่ให้เกิดความรุนแรง และขอเสนอให้นายสุเทพ กลับไปชุมนุมแบบสมัยเวทีสามเสน เพราะตอนนี้เอาแต่ผลัดวันประกันพรุ่ง ในการประกาศวันสำเร็จ ที่เลื่อนครั้งแล้วครั้งเล่า

 

 

โดยชี้ว่าม็อบนายสุเทพต้องถอย ซึ่งสอดรับกับนายกฯที่เปิดทางรับข้อเสนอ ไม่ใช่เสนอสภาประชาชน ที่กำกวมต่อประชาชนที่มาร่วมชุมนุม เพราะไม่มีความชัดเจน ไม่สามารถอธิบายได้ว่ามีรูปแบบอย่างไร ใช้วิธีการอย่างไร และถ้านายสุเทพจริงใจ ควรจะบอกเงื่อนไขหรือวิธีการของสภาประชาชนตั้งแต่วันแรกที่มีการชุมนุมไม่ ได้หลอกประชาชนแบบนี้ ทั้งนี้ส่วนตัวมองว่า รัฐบาลถอยมามากพอแล้ว ฝั่งผู้ชุมนุมควรเริ่มบ้าง

 

 

ขณะที่ อ.เจษฏ์ เห็นว่าการยุบสภา ก็ไม่ตอบสนองความต้องการของนายสุเทพ และไม่ใช่ทางออกของประเทศ โดยเสนอให้พูดคุยกันหรือภาคส่วนอื่นๆ เสนอโมเดลขึ้นมา เพราะทั้ง 2 ฝ่าย ยืนอยู่บนกฎหมายคนละหลัก คนละขั้วกันเลย  โดยนายสุเทพเป็นหลักกฎหมายธรรมชาติ ขณะที่นายกฯเป็นกฎหมายบ้านเมือง

 

 

โดยเห็นด้วยกับการแก้บทเฉพาะกาลของ อ.วีรพัฒน์ เพราะอาจทำในโมเดลคล้าย ส.ส.ร. แต่ปัญหาคือใครจะเป็นเจ้าภาพ และมองว่าทุกฝ่ายควรถอยคนละก้าว รวมถึงให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

 

 

ทั้งนี้ขอเสนอให้รัฐบาลยุติการใช้แก๊สน้ำตา หยุดรุกคืบสถานที่ชุมนุม ขณะที่ขอให้ผู้ชุมนุมหยุดอยู่ในที่ตั้ง และถอยพร้อมกันก่อนส่งตัวแทนมาคุย โดยขอให้รัฐบาลเป็นฝ่ายเสนอก่อน ด้วยการแสดงความจริงใจด้วยการหยุดใช้แก๊สน้ำตา เพราะถ้ารัฐบาลประกาศแล้ว แต่ผู้ชุมนุมไม่หยุด แกนนำต้องรับผิดชอบ

 

 

โดยมองว่าถ้ารัฐบาลยื่นขอเสนอนี้ออกมา ผู้ชุมนุมต้องยอมรับ เพราะสิ่งที่กปปส.ไม่สามารถทำได้จริงใน 3 วัน 5 วัน และทางออกการเมืองไทยยังมี ถ้าทุกฝ่ายถอยกันคนละก้าว 

- See more at: http://splashurl.com/oaq4hpa

อ.วีรพัฒน์มองว่าสิ่งที่นายสุเทพ แถลงเมื่อวานนี้ เป็นเรื่องที่ไม่สามารถปฏิบัติได้จริง ในรัฐธรรมนูญ โดยชี้ว่าตรรกะของสุเทพย้อนแย้งกันอีก เพราะระหว่างที่มีสภาประชาชนนั้น ไม่มีกฎหมายรองรับ ทั้งยังไม่นับปัญหาเรื่องคนในสภาว่าจะเอามาจากไหน

 

ทั้งนี้มองว่าคนกำลังเคลิ้มกับคำว่ากฎหมายธรรมชาติ ซึ่งเลื่อนลอย เพราะถ้าหากจะมีสภาประชาชนได้นั้น ก็ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อรองรับการดำเนินการก่อน และเห็นด้วยกับ อ.เจษฏ์ ถ้านายสุเทพปรับถ้อยคำ ที่เน้นการเปิดเวทีพูดคุยอย่างกว้างขวางให้มีมากขึ้น ไม่ใช่เสนอแบบที่ไม่มีหลัก โดยต้องมีการคุยกัน ไม่ใช่เป็นการพูดลอยๆ หรือบุกรุกสถานที่อย่างเดียวทั้งที่ยังคุยไม่จบ

 


โดยต้องยุติความรุนแรง มิเช่นนั้นจะไม่สามารถไปถึงฝั่งฝันสภาประชาชนได้แน่นอน และอยาก เรียกร้องให้กปปส.และฝ่ายอื่นๆ ยุติการเผชิญหน้า และทุกคนต้องช่วยกันตรวจสอบไม่ให้เกิดความรุนแรง ทั้งที่สะพานชมัย ทำเนียบรัฐบาล แยกกองพล1 กองบัญชาการตำรวจนครบาล แยกการเรือน

 

 

โดยอยากให้ทุกฝ่ายพักผ่อน 2 วัน รอผ่านวันมหามงคล 5 ธ.ค.ไปก่อน แล้วทำตามข้อเสนอ ด้วยการบุกรุกทางเอกสาร เพื่อไม่ให้เกิดความรุนแรง และขอเสนอให้นายสุเทพ กลับไปชุมนุมแบบสมัยเวทีสามเสน เพราะตอนนี้เอาแต่ผลัดวันประกันพรุ่ง ในการประกาศวันสำเร็จ ที่เลื่อนครั้งแล้วครั้งเล่า

 


โดยชี้ว่าม็อบนายสุเทพต้องถอย ซึ่งสอดรับกับนายกฯที่เปิดทางรับข้อเสนอ ไม่ใช่เสนอสภาประชาชน ที่กำกวมต่อประชาชนที่มาร่วมชุมนุม เพราะไม่มีความชัดเจน ไม่สามารถอธิบายได้ว่ามีรูปแบบอย่างไร ใช้วิธีการอย่างไร และถ้านายสุเทพจริงใจ ควรจะบอกเงื่อนไขหรือวิธีการของสภาประชาชนตั้งแต่วันแรกที่มีการชุมนุมไม่ได้หลอกประชาชนแบบนี้ ทั้งนี้ส่วนตัวมองว่า รัฐบาลถอยมามากพอแล้ว ฝั่งผู้ชุมนุมควรเริ่มบ้าง

 

ขณะที่ อ.เจษฏ์ เห็นว่าการยุบสภา ก็ไม่ตอบสนองความต้องการของนายสุเทพ และไม่ใช่ทางออกของประเทศ โดยเสนอให้พูดคุยกันหรือภาคส่วนอื่นๆ เสนอโมเดลขึ้นมา เพราะทั้ง 2 ฝ่าย ยืนอยู่บนกฎหมายคนละหลัก คนละขั้วกันเลย  โดยนายสุเทพเป็นหลักกฎหมายธรรมชาติ ขณะที่นายกฯเป็นกฎหมายบ้านเมือง

 

โดยเห็นด้วยกับการแก้บทเฉพาะกาลของ อ.วีรพัฒน์ เพราะอาจทำในโมเดลคล้าย ส.ส.ร. แต่ปัญหาคือใครจะเป็นเจ้าภาพ และมองว่าทุกฝ่ายควรถอยคนละก้าว รวมถึงให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
 


ทั้งนี้ขอเสนอให้รัฐบาลยุติการใช้แก๊สน้ำตา หยุดรุกคืบสถานที่ชุมนุม ขณะที่ขอให้ผู้ชุมนุมหยุดอยู่ในที่ตั้ง และถอยพร้อมกันก่อนส่งตัวแทนมาคุย โดยขอให้รัฐบาลเป็นฝ่ายเสนอก่อน ด้วยการแสดงความจริงใจด้วยการหยุดใช้แก๊สน้ำตา เพราะถ้ารัฐบาลประกาศแล้ว แต่ผู้ชุมนุมไม่หยุด แกนนำต้องรับผิดชอบ

 

โดยมองว่าถ้ารัฐบาลยื่นขอเสนอนี้ออกมา ผู้ชุมนุมต้องยอมรับ เพราะสิ่งที่กปปส.ไม่สามารถทำได้จริงใน 3 วัน 5 วัน และทางออกการเมืองไทยยังมี ถ้าทุกฝ่ายถอยกันคนละก้าว

 

+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ