05 เม.ย. 2559
2,023 ครั้ง

คาดโทษเรือนำ นทท.ฮ่องกงดำน้ำยิงปลา-จับกุ้งมังกรที่สิมิลัน

จากกรณีโลกออนไลน์แชร์ภาพกัปตันและลูกเรือทัวร์นำเที่ยว นำกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวฮ่องกง ลงไปดำน้ำจับปลา,กุ้งมังกร และสัตว์น้ำหายาก บริเวณหมู่เกาะสิมิลัน จ.พังงา จนถูกวิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสม และเป็นการทำลายระบบนิเวศของเขตอุทยาน

โดยกัปตันเรือ กล่าวว่า ตนได้นำเรือพร้อมนักท่องเที่ยวชาวจีน-ฮ่องกงไปยังเกาะสิมิลัน เมื่อวันที่ 29 เมษายนถึงวันที่ 2 พฤษภาคม โดยมีนักท่องเที่ยวอยู่บนเรือ 20 คน ตนไม่ทราบด้วยว่านักท่องเที่ยวมีอุปกรณ์อะไรมาบ้างเนื่องจากว่าเป็นเวลากลางคืน พอนักท่องเที่ยวมาถึงเรือตนก็ออกเรือไปเลย มาทราบอีกทีก็ตอนเช้าเรือก็เดินทางไปถึงเกาะสิมิลันพอดี ก่อนดำน้ำจึงเห็นว่าในกระเป๋าของนักท่องเที่ยวมีอุปกรณ์ยิงปลามาด้วย ตนจึงบอกไกด์ว่าให้ไปบอกนักท่องเที่ยวว่าห้ามทำการใดๆในเขตอุทยานที่เป็นการทำลายทรัพยากรธรรมชาติโดยเด็ดขาด แต่นักท่องเที่ยวกับไม่ฟังจะดำน้ำลงไปยิงปลาใต้น้ำให้ได้ แต่ถ้าไม่ฟังตนจะพาไปออกไปนอกเขตอุทยานทันที ตนก็เลยนำเรือพานักท่องเที่ยวออกมาเกาะสิมิลันในวันรุ่งขึ้น

ซึ่งในวันแรกก็จะดำน้ำตามปกติตนได้บอกว่าห้ามนำอุปกรณ์ยิงปลาที่พามาด้วยมาใช้อย่างเด็ดขาด โดยในวันที่มีการยิงปลารวมๆกันแล้วประมาณ 2-3 เข่ง ส่วนกุ้งมังกรมีการดำน้ำในซอกหินที่อยู่ด้านนอกเขตอุทยานซึ่งเป็นสถานที่นักท่องเที่ยวชอบมาดำน้ำดูประการัง ในระดับความลึกกว่า 30 เมตร โดยปลาที่จับได้นักท่องเที่ยวก็จะนำมาทำเป็นอาหารกินบนเรือ ซึ่งจุดที่นักท่องเที่ยวดำน้ำยิงปลาอยู่ห่างจากเกาะสิมิลันประมาณ 27-28ไมล์ทะเล ตนและลูกเรือต่างรู้สึกไม่สบายใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นประกอบกับนักท่องเที่ยวไม่เชื่อฟังด้วย หากตนทราบมาก่อนว่ามีการนำอุปกรณ์ยิงปลามาด้วยตนจะไม่ยอมนำเรือออกโดยเด็ดขาด

ขณะที่หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน จ.พังงา กล่าวว่า ทางเจ้าหน้าที่อุทยานได้มีการประสานงานกับตำรวจน้ำและตำรวจท่องเที่ยวร่วมกันตรวจสอบ โดยนำตัวกัปตันเรือไปชี้จุดที่นักท่องเที่ยวมีการยิงปลา โดยทางกัปตันเรือได้บอกว่าจุดที่นักท่องเที่ยวลงไปดำน้ำยิงปลานั้นอยู่นอกเขตอุทยาน แต่ถึงจะอยู่นอกเขตอุทยานแต่จากภาพที่เห็นมีอุปกรณ์ในการกระทำอยู่บนเรือซึ่งเรือที่ขออนุญาตเป็นเรือนำเที่ยว ทางอุทยานจึงได้พิจารณาเห็นว่าเป็นอันตรายต่อสภาพทรัพยากรธรรมชาติ

เบื้องต้นจึงมีคำสั่งห้ามเรือลำดังกล่าวเข้าในบริเวณเกาะสิมิลันเป็นเวลา 30 วันและรอผลการสอบสวนอีกครั้ง ปกติแล้วทางอุทยานได้มีการอบรมกัปตันเรือและไกด์ อยู่เป็นประจำอยู่แล้วซึ่งเรือที่เข้าไปในเขตอุทยานทุกลำจะต้องผ่านการอบรมอยู่แล้วจะมาบอกว่าไม่ทราบว่าอยู่ในเขตอุทยานหรือไม่คงไม่ได้ อยากฝากถึงผู้ประกอบการต่างๆ ไกด์นำเที่ยวว่าทรัพยากรธรรมชาติของเกาะสิมิลันมันเป็นสมบัติ เป็นแหล่งทำกินของผู้ประกอบการเองถ้ามาหวังได้เงินเล็กๆน้อยๆแล้วทำให้ทรัพยากรเสียหายอีกหน่อยก็จะไม่มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยว โปรดช่วยกันคนละไม้ละมือเพื่อรักษาทรัพยากรไว้

 

ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/C2fOVSSjn80

 

 

+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ